ท่านอุมัรทำให้ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺแท้งจริงหรือ?

วันที่ 25/5/2007 20:58:54 | หัวข้อ: โต้อัต-ตียานีย์

โดย อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย

ผมอยากจะขอยกตัวอย่างของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ตอนหนึ่ง ที่หนังสือของฝ่ายชีอะฮฺหลายเล่มนำมากล่าวถึงกันบ่อยมาก นั่นคือ หลังจากท่านอบูบักรได้รับการบัยอะฮฺจากมหาชนให้ดำรงตำแหน่งเคาะลีฟะฮฺแล้ว ประวัติศาสตร์ฝ่ายชีอะฮฺได้บันทึกเอาไว้ว่า ท่านอบูบักรได้สั่งให้ท่านอุมัร อิบนุล ค็อฏฏอบ พร้อมด้วยพรรคพวกจำนวนหนึ่ง ให้มุ่งหน้าไปบ้านของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺและท่านอะลี พร้อมด้วยคบเพลิง เพื่อจะบังคับท่านอะลีและผู้สนับสนุนท่าน ซึ่งกำลังชุมนุมกัน ณ ที่นั้น ให้ไปบัยอะฮฺต่อท่านอบูบักร หากได้รับการต่อสู้หรือขัดขวาง ก็ให้จัดการเผาบ้านทันที โดยไม่ต้องคำนึงว่าท่านหญิงฟาฏิมะฮฺจะอยู่ในบ้านด้วยหรือไม่

ตอนท้ายของเหตุการณ์นี้ ฝ่ายชีอะฮฺอ้างว่า ท่านอุมัรและพรรคพวกพยายามที่จะบุกรุกเข้าไปในบ้าน โดยที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺซึ่งยืนอยู่หลังประตูบ้าน พยายามดันประตูบ้านไว้เพื่อขัดขวาง จึงถูกท่านอุมัรและพรรคพวกกดดันท่านกับประตูอย่างแรง จนท่านต้องได้รับบาดเจ็บและแท้งลูกในครรภ์ - ทารกผู้ซึ่งท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ตั้งชื่อให้ล่วงหน้าไว้แล้วว่า "มุหฺซิน" .......

ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่า ข้ออ้างที่ว่าท่านหญิงฟาฏิมะฮฺต้องแท้งบุตรในครรภ์ มีสาเหตุมาจากการถูกกดทับกับประตูของท่านอุมัร อิบนุล ค็อฏฏอบ นั้น ...... มาจากการรายงานของใคร? ......

ท่านอิบนุ ญะรีรฺ อัฏ-ฏ็อบรีย์ นักวิชาการชีอะฮฺผู้มีชื่อเสียงในฮิจเราะฮฺศตวรรษที่ 4 ได้ระบุไว้ในหนังสือของท่านชื่อ "ดะลาอิลุล อิมามะฮฺ" ฉบับพิมพ์ที่เมืองนะญัฟ ปี ฮ.ศ. 1383 หน้า 26 ว่า ...... มาจากการรายงานของ "ญาบิรฺ อิบนุ ยะซีด อัล-ญุอฺฟีย์" (สิ้นชีวิตประมาณปี ฮ.ศ. 127 หรือ 132 ) ครับ

ก็ท่านญาบิรฺ อิบนุ ยะซีด อัล-ญุอฺฟีย์ ผู้นี้ ดังที่ผมได้เรียนให้ท่านทราบมาแล้วว่า ถูกท่านอบู หะนีฟะฮฺ กล่าววิจารณ์ว่าเป็นจอมโกหกที่หาตัวจับยาก นอกจากนั้น ท่านยะหฺยา อิบนุ มุอีน ซึ่งเป็นนักวิชาการผู้วิจัย-วิจารณ์ประวัติผู้รายงานหะดีษที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดท่านหนึ่ง (สิ้นชีวิตปี ฮ.ศ. 233)ได้กล่าววิจารณ์ว่า ญาบิรฺ อิบนุ ยะซีด อัล-ญุอฺฟีย์ เป็นจอมโกหกเช่นเดียวกัน .... ( มีซาน อัล-เอี๊ยะอฺติดาล เล่มที่ 1 หน้า 381 ) .......

ประวัติศาสตร์ที่ถูกรายงานมาโดยบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติอย่างนี้ จะให้พวกเราฝ่ายซุนนะฮฺ หรือผู้ซึ่งมีใจเป็นธรรมทุกท่านยอมรับ และให้ความเชื่อถือได้อย่างไรกันครับ? ........

ต่อให้นักวิชาการฝ่ายชีอะฮฺเองก็เถอะ หากมีความละอายอยู่บ้างในจิตใจ ก็จำเป็นต้องยอมรับความจริงเกี่ยวกับเรื่องเท็จต่างๆ ที่ถูกฝ่ายชีอะฮฺกุขี้มา เพื่อเป็นการจับผิดและประณามบรรดาเศาะหาบะฮฺ ทั้งต่อท่านอบูบักรและท่านอุมัรเป็นการส่วนตัว และต่อเศาะหาบะฮฺท่านอื่นๆ โดยรวมด้วย ......

ตัวอย่างเช่น ท่านอิซซุดดีน อิบนุอะบีย์ อัล-หะดีด นักวิชาการชีอะฮฺท่านหนึ่ง (มีชีวิตระหว่างปี ฮ.ศ. 586-655 )ได้นำเรื่องราวต่างๆ หลายเรื่องที่ฝ่ายชีอะฮฺกุขึ้นมา รวมทั้งเรื่องที่ผมได้เล่าเอาไว้ข้างต้น มาระบุลงไว้ในหนังสืออธิบายนะหฺญุลบะลาเฆาะฮฺของท่าน เล่มที่ 1 หน้า 135 ...... แล้วท่านก็ได้กล่าวสรุปไว้ในตอนท้ายว่า :

"เรื่องราวต่างๆ ทั้งหมดนี้ล้วนไม่มีพื้นฐานที่มา ไม่มีนักวิชาการหะดีษคนใดเคยรายงานมัน และพวกเขาก็ไม่เคยรู้เรื่องมันด้วย มันเป็นสิ่งที่ชีอะฮฺเพียงฝ่ายเดียวที่ได้คัดลอกมันไว้"

เห็นไหมครับ นี่คือการสารภาพโดยปริยายถึงความเป็นเท็จของเรื่องราวใส่ร้ายป้ายสีเหล่านั้น ซึ่งผมเห็นว่า ฝ่ายซุนนะฮฺก็ควรจะขอบคุณต่อการกล้ารับความจริง และความมีใจเป็นธรรมของนักวิชาการชีอะฮฺท่านนั้น ..........



Source : อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย, ธาตุแท้ชีอะฮฺ, เอกสารถ่ายสำเนาจากต้นฉบับพิมพ์ดีด, พ.ศ. 2543, หน้า 11-12



บทความนี้มาจาก Sunnahcyber.com
http://www.sunnahcyber.com/truepath

URL สำหรับเรื่องนี้:
http://www.sunnahcyber.com/truepath/modules/news/article.php?storyid=45