เมนูของเรา

อะหฺลุลบัยตฺ : ทัศนะของอะหฺลุซซุนนะฮฺที่มีต่ออะหฺลุลบัยตฺ

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 7/6/2007 14:32:59 (3575 ครั้งที่อ่าน)
อะหฺลุลบัยตฺ

โดย เชคคุลอิสลาม อิบนฺ ตัยมียะฮฺ
แปลและเรียบเรียงโดย มาลิกี บิน อิบรอฮีม



อะหฺลุซซุนนะฮฺ วัล ญะมาอะฮฺรักอะหฺลุลบัยตฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ยกย่องพวกเขาเป็นมิตรและเป็นผู้ปกปักรักษาวะศียัต(คำสั่งเสีย)ของท่านรสูลุลลอฮฺ ซึ่งท่านได้กล่าวถึงพวกเขาเอาไว้ในวันเฆาะดีรฺ คุมว่า "ฉันขอเตือนพวกท่านให้ระลึกถึงอัลลอฮฺในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอะหฺลุลบัยตฺของฉัน" (หะดีษมุสลิม, 15/188 อธิบายโดยท่านนะวาวีย์) และที่กล่าวถึงอับบาส ลุงของท่าน เมื่อครั้งที่มีผู้ร้องเรียนว่าชาวกุรอยสฺบางคนกดขี่ข่มเหงบนีฮาชิม ท่านนบีกล่าวว่า "ฉันขอสาบานต่อพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า บุคคลเหล่านี้จะไม่ได้เป็นผู้ศรัทธา นอกจากพวกเขาจะรักท่านและวงศ์ญาติของฉัน" (อัต-ติรฺมิซีย์) นอกจากนี้ท่านยังกล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงเลือกบนีอิสมาอีล และจากบนีอิสมาอีล พระองค์ได้ทรงเลือกบนีกินานะฮฺ และจากบนีกินานะฮฺ พระองค์ได้ทรงเลือกกุรอยสฺ และจากกุรอยสฺ พระองค์ได้ทรงเลือกบนีฮาชิม และทรงเลือกฉันจากบนีฮาชิม" (หะดีษมุสลิม, 15/41)

อะหฺลุซซุนนะฮฺ วัล ญะมาอะฮฺยกย่องบรรดาภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ด้วยความเคารพบนพื้นฐานที่ว่าพวกนางเป็นเสมือนมารดาของผู้ศรัทธา พวกเขาเชื่อว่าพวกนางจะได้เป็นภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ในอาคิเราะฮฺด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดบุตรแก่ท่านหลายคน และเธอยังเป็นคนแรกในหมู่ผู้ศรัทธาด้วยเช่นกัน เธอได้ให้ความร่วมมือแก่ท่านในการปฏิบัติภารกิจของท่าน และเธอได้ดำรงฐานะอันสูงส่งเนื่องมาจากตัวท่าน และท่านหญิงศิดดีเกาะฮฺ บินตฺ ศิดดีก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ผู้ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวถึงเธอว่า "อาอิชะฮฺเป็นผู้มีความสูงส่งเหนือสตรีทั้งปวงในลักษณะเดียวกับษะรีดมีความเหนือกว่าอาหารอื่นๆ ทั้งปวง" (อัล-บุคอรี, 4/428)

อะหฺลุซซุนนะฮฺตัดความสัมพันธ์(ตะบัรฺเราะฮฺ)กับแนวทางของชาวอัรฺ-เราะวาฟิฎ(1) เพราะพวกเขามุ่งร้ายต่อบรรดาเศาะหาบะฮฺและด่าทอพวกท่าน อะหฺลุซซุนนะฮฺยังตัดความสัมพันธ์กับแนวทางของชาวอัน-นะวาซิบ(2) ผู้ที่สร้างความปวดร้าวให้แก่อะหฺลุลบัยตฺทั้งโดยคำพูดและการกระทำ นอกจากนี้อะหฺลุซซุนนะฮฺยังไม่นำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหมู่เศาะหาบะฮฺ อะหฺลุซซุนนะฮฺเชื่อว่ารายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องของเศาะหาบะฮฺนั้นเป็นเรื่องเท็จ หรือถูกต่อเติมจนเกินความจริง หรือถูกตัดทอน หรือถูกบิดเบือน ทัศนะที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้มีอยู่ว่า พวกเขา(เศาะหาบะฮฺ)จะได้รับการปลดเปลื้อง โดยอิจญ์ติฮาด(การวินิจฉัย)พวกเขาอาจจะอยู่ในฐานะที่ถูกต้อง หรือพวกเขาอาจจะกระทำสิ่งผิดพลาดก็ได้ ในทำนองนี้ อะหฺลุซซุนนะฮฺไม่ได้เชื่อว่าเศาะหาบะฮฺทุกท่านเป็นมะอฺศูมที่ปราศจากบาปเล็กหรือบาปใหญ่ แต่โดยทั่วไปแล้วมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะทำบาป แต่เพราะพวกเขามีความสูงส่งดังกล่าวบางประการและมีการกระทำที่ประเสริฐเป็นรากฐานของพวกเขา ทำให้พวกเขาได้รับการอภัยโทษเพราะความผิดพลาดที่พวกเขากระทำลงไป ถึงขนาดว่าความผิดพลาดเหล่านั้นของพวกเขาได้รับการให้อภัย แต่จะไม่ได้รับการให้อภัย ถ้ากระทำโดยผู้คนในยุคหลังๆ เหตุผลนั้นก็คือว่าพวกเขามีรากฐานเป็นคุณงามความดีมากมายมาชดเชยความผิดพลาดต่างๆ ซึ่งผู้คนในรุ่นหลังๆ ไม่มี

อะหฺลุลบัยตฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม นั้นได้แก่ บรรดาผู้ที่ซะกาต(ทานบังคับ)เป็นที่ต้องห้ามสำหรับพวกเขา บุคคลเหล่านี้ได้แก่อะหฺลิของญะอฺฟัรฺ, อะหฺลิของอะกีล และอะหฺลิของอับบาส ทั้งหมดนี้มาจากตระกูลบนีฮาชิมทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังรวมบนูมุตตอลิบอีกด้วย เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เคยกล่าวว่า :

"พวกเขาไม่ได้ทอดทิ้งเรา ทั้งในระหว่างยุคญาฮิลียะฮฺและในยุคอิสลาม" (อัน-นะซาอีย์, 7/131)

ด้วยเหตุผลนี้อะหฺลุซซุนนะฮฺ วัล ญะมาอะฮฺ จึงได้ให้ความเคารพต่ออะหฺลุลบัยตฺ และยกย่องความสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม อะหฺลุซซุนนะฮฺรักบุคคลเหล่านั้นเพราะทุกข์มรมานที่บุคคลเหล่านั้นได้รับจากการช่วยเหลืออิสลาม ศาสนาของอัลลอฮฺ ศุบฮานะฮู วะตะอาลา และยังเป็นผู้เข้ารับอิสลามในระยะแรกๆ อีกด้วย คำว่า "เฆาะดีรฺ คุม" ถูกนำมาใช้ เพราะคำว่า "คุม" นั้นเป็นชื่อของชายผู้หนึ่งที่ประกอบอาชีพย้อมสีผ้า คำว่า "เฆาะดีร" เป็นคำที่มีความเกี่ยวข้องกับเขา "เฆาะดีร" เป็นบ่อน้ำแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ ณ ตำบลญุอฺฟะ ระหว่างเส้นทางมักกะฮฺ-มะดีนะฮฺ อีกรายงานหนึ่งระบุว่า "คุม" นั้นเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับบ่อน้ำที่นั่น

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวกับลุงของท่านว่า "ฉันขอสาบานต่อพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า บุคคลเหล่านี้จะไม่ได้เป็นผู้ศรัทธา นอกจากพวกเขาจะรักฉัน และรักท่านเพื่อพระองค์อัลลอฮฺบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่มีต่อฉัน" นี่ก็หมายความว่า ศรัทธาของบุคคลหนึ่งจะยังไม่สมบูรณ์ จนกว่าเขาจะรักอะหฺลุลบัยตฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เพื่อพระองค์อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮู วะตะอาลา เหตุผลนั้นก็คือว่า บรรดาอะหฺลุลบัยตฺมาจากท่ามกลางสหายของอัลลอฮฺ และผู้คนที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีของพระองค์ ซึ่งความรักและมิตรภาพของพวกเขาเพื่ออัลลอฮฺ ศุบฮานะฮู วะตะอาลา นั้นเป็นสิ่งจำเป็นต้องมี นอกจากนี้ ยังเป็นเพราะพวกเขามีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม อีกด้วย

บรรดาภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้แก่สตรีที่ท่านทำนิกะฮฺด้วย ภรรยาของท่านคนแรกได้แก่ ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตฺ คุวัยลิด ผู้ที่ท่านนบีสมรสด้วย ณ นครมักกะฮฺ ก่อนที่ท่านจะได้รับการแต่งตั้งเป็นนบีของอัลลอฮฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ในตอนนั้นมีอายุ 25 ปี ส่วนท่านหญิงเคาะดีญะฮฺมีอายุแก่กว่าท่าน 15 ปี ระหว่างใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา ท่านไม่ได้แต่งงานกับสตรีอื่นเลย นอกจากอิบรอฮีมแล้ว บุตรของท่านนบีทั้งหมดล้วนมีนางเป็นผู้ให้กำเนิด นางเป็นคนแรกที่ศรัทธาในตัวท่าน และยังสนับสนุนท่านด้วยความเข้มแข็งในการประคับประคองภาระหน้าที่การเป็นศาสดา นางสิ้นชีพขณะมีอายุได้ 65 ปี คือสามปีก่อนฮิจเราะฮฺ(การอพยพ) หลังจากนางจากไปแล้ว ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้สมรสกับท่านหญิงเซาดะฮฺ บินตฺ ซัมอะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา และต่อมาได้ทำพิธีสมรสกับท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ในขณะนั้นท่านหญิงอาอิชะฮฺยังมีอายุเพียง 6 ปีเท่านั้น นางมายังบ้านของท่านนบีภายหลังฮิจเราะฮฺมายังนครมะดีนะฮฺ ยามนั้นนางมีอายุ 9 ปี ภรรยาคนหนึ่งของท่านนบีได้แก่ท่านหญิงอุมมุ สะลามะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านนบีสมรสกับนางภายหลังอบู ซัลมา เสียชีวิต อีกคนหนึ่งคือ ซัยนับ บินตฺ ญะฮฺช ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านสมรสกับนางภายหลังที่เซด บิน ฮาริษะฮฺหย่านางแล้ว ข้อเท็จจริงนั้นก็คือว่า การสมรสครั้งนี้เกิดขึ้นตามแผนการที่อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮู วะตะอาลา กำหนดขึ้นเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีญุวัยริยะฮฺ บินตฺ ฮาริษ, ศอฟียะฮฺ บินตฺ หุยัย, ฮัฟเซาะฮฺ บินตฺ อุมัร และซัยนับ บินตฺ คุซัยมะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุนนะ ทั้งหมดนี้เป็นภรรยาของท่านนบีทั้งสิ้น และยังเป็นมารดาแห่งปวงผู้ศรัทธา พวกนางยังเป็นภรรยาของท่านในปรโลกอีกด้วย ในระหว่างพวกนางมีเคาะดียะฮฺและอาอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา สองคนที่ประเสริฐกว่าภรรยาคนอื่นๆ ทั้งหมด

ไม่เหมือนกับชาวเราะวาฟิฎ อะหฺลุซซุนนะฮฺแยกตัวออกจากกลุ่มบุคคลที่สนับสนุนท่านอะลีอย่างสุดโต่งและรุนแรง ชาวเราะวาฟิฎมีความเกลียดชังเศาะหาบะฮฺรุ่นอาวุโส พวกเขาด่าทอพวกท่านและเรียกพวกท่านว่าเป็นกาฟิรฺ ท่านซัยดฺ บิน อะลี เป็นผู้เรียกบุคคลเหล่านี้เป็นคนแรก คือเมื่อครั้งที่พวกชีอะฮฺขอให้ท่านซัยดฺตัดความสัมพันธ์(ตะบัรฺเราะฮฺ)ที่มีต่อท่านเชคทั้งสอง คือท่านอบูบักรและท่านอุมัร เพื่อพวกชีอะฮฺจะได้บัยอะฮฺ(สัตยาบันว่าจะจงรักภักดี)ต่อท่าน แต่ท่านซัยดฺปฏิเสธที่จะกระทำเช่นนั้น เมื่อบุคคลเหล่านั้นทิ้งท่านไป ท่านกล่าวว่า "เราะฟัฎตุมูนี" - "พวกท่านผละจากฉันไป" นับแต่วันนั้นมา จึงเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า "รอฟิเฎาะฮฺ" พวกเขามีหลายกลุ่มหลายสาขา บางกลุ่มก็มีความสุดโต่งรุนแรงอย่างมาก

นอกจากนี้ อะหฺลุซซุนนะฮฺยังแยกตัวออกจากแนวทางของชาวอัน-นะวาซิบ บุคคลเหล่านี้ได้ทำตัวเป็นศัตรูต่ออะหฺลุลบัยตฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เพราะสาเหตุทางการเมืองบางประการที่รู้กัน ปัจจุบันไม่มีกลุ่มบุคคลเหล่านี้หลงเหลืออยู่เลย

อะหฺลุซซุนนะฮฺไม่รื้อฟื้นเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเศาะหาบะฮฺขึ้นมาประจานหรือกล่าวโทษผู้ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังการฆาตกรรมท่านอุษมาน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ อาทิ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างท่านอะลี, ท่านฏอลหะฮฺและท่านซุเบร หรือเหตุการณ์วุ่นวายในภายหลังที่เกิดขึ้นระหว่างท่านอะลี, ท่านมุอาวิยะฮฺและท่านอัมรฺ บิน อัล-อาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุม ฯลฯ

อะหฺลุซซุนนะฮฺเชื่อว่ารายงานอะไรก็ตามที่ระบุถึงข้อบกพร่องของพวกเขา รายงานเหล่านั้น "มักจะ" เป็นเท็จหรือไม่ก็ถูกบิดเบือนอยู่เป็นจำนวนมาก แน่นอน สำหรับรายงานที่เป็นจริง เชื่อว่าพวกเขาจะได้รับการปลดเปลื้อง และอะหฺลุซซุนนะฮฺจะกล่าวเพียงว่า นั่นเกิดจากการใช้อิจญ์ติฮาดของพวกเขา อย่างไรก็ตาม อะหฺลุซซุนนะฮฺไม่เชื่อว่าเศาะหาบะฮฺเป็นมะอฺศูม(ผู้ไร้บาป) ไม่ว่าทั้งบาปเล็กหรือบาปใหญ่ แต่เพราะความสูงส่ง ความดีความชอบ การคบค้ากับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม และการญิฮาดที่พวกเขาปฏิบัติเคียงบ่าเคียงไหล่ท่าน เหล่านี้ทำให้พวกเขาสมควรได้รับการอภัยโทษ


- - - - - - - - - -
เชิงอรรถ :

1. อัรฺ-เราะวาฟิฎ : พวกเขาคือนิกายสุดโต่งของชีอะฮฺที่แยกตัวออกจากท่านซัยดฺ บิน อะลี บิน หุเซน เมื่อท่านซัยดฺแสดงความรักที่มีต่อท่านอบูบักรและท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา ให้พวกเขาประจักษ์ พวกเขาทิ้งท่านไปที่เมืองกูฟะฮฺ เหมือนกับที่พวกเขาทิ้งท่านหุเซน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ปู่ของท่าน

2. อัน-นะวาซิบ : พวกเขาคือกลุ่มบุคคลที่ทำตัวเป็นศัตรูกับอะหฺลุลบัยตฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ให้ร้ายป้ายสีพวกท่านและถือว่าพวกท่านเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา กลุ่มบุคคลเหล่านี้อยู่ตรงข้ามกับชาวอัรฺ-เราะวาฟิฎ


Source : เชคคุลอิสลาม อิบนฺ ตัยมียะฮฺ, ชะเราะฮฺ อัล-อะกีดะติลวาสิฏียะฮฺ, อธิบายเพิ่มเติมโดย ดร. มุฮัมมัด เคาะลีล ฮัรฺรอส, สำนักพิมพ์ดารุสสลาม, ริยาร์ฎ, 1996, หน้า 203-207

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา