เมนูของเรา

อะหฺลุลบัยตฺ : จุดยืนของอะหฺลุลบัยตฺที่มีต่อพวกชีอะฮฺ

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 7/6/2007 14:29:16 (2878 ครั้งที่อ่าน)
อะหฺลุลบัยตฺ

แปลและเรียบเรียงโดย อิบนิ ยูซุฟ

บรรดาผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากอะหฺลุลบัยตฺของท่านนบี มุฮัมมัด ศ็อลฯ นั้นต่างก็มีจุดยืนที่เหมือนกับจุดยืนของชาวสุนนะฮฺทั้งหลายที่มีต่อชาวชีอะฮฺ และอะกีดะฮฺ(หลักการเชื่อมั่น การศรัทธา)ของพวกเขา ซึ่งบรรดาเหล่าอิหม่ามทั้งหมดจากอะหฺลุลบัยตฺนั้นต่างก็ถือว่า พวกชีอะฮฺนั้นต่างก็เป็นผู้ที่หลงทางและหลุดออกจากแนวทางที่ถูกต้องของท่านศาสนฑูต ศ็อลฯ นอกจากนั้นพวกท่านยังถือว่าพวกชีอะฮฺนั้นอยู่ห่างไกลจากความถูกต้อง และท่านเหล่านั้นยังตำหนิและโกรธเคืองพวกชีอะฮฺอย่างที่ไม่มีผู้ใดที่จะตำหนิพวกเขาอย่างที่พวกท่านได้กระทำ เนื่องมาจากการที่พวกชีอะฮฺได้เเอบอ้างเอาพวกท่านไปสู่อะกีดะฮฺที่ไม่ถูกต้อง และสร้างเรื่องโกหกใส่พวกท่านอย่างมากมาย โดยที่พวกท่านนั้นมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ดั่งที่ได้มีรายงาน ถ้อยคำต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบมาจากท่านเหล่านั้นอย่างมากมาย


จากรายงานที่ยืนยันถึงการที่อะหฺลุลบัยตฺไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอะกีดะฮฺของพวกชีอะฮฺ และความเชื่อมั่นของพวกท่านที่มีต่อแนวทางของอะหฺลุซซุนนะฮฺนั้น มีดังต่อไปนี้

คำพูดของท่านอะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) อิม่ามคนแรกตามความเชื่อของชีอะฮฺ ได้มีรายงานจากอับดิ้ลค็อยร์ ว่า ฉันได้ยิน ท่านอะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ)กล่าวว่า "อัลลอฮฺ สุบหฯ ได้รับวิญญาณท่านนบี ศ็อลฯ ในสภาพที่ดีเลิศกว่า การรับวิญญาณนของนบีคนหนึ่งคนใดในหมู่บรรดานบีทั้งหลาย(อะลัยฮิสสลาม) ที่พระองค์ทรงรับมาแล้ว หลังจากนั้นท่านอบูบักร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำ ซึ่งท่านก็ได้กระทำตามแบบอย่างที่ท่านศาสดาได้กระทำ และตามสุนนะฮฺ ของท่าน เช่นเดียวกันท่านอุมัร(รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ก็ได้กระทำเช่นนั้น " และมีรายงานจากท่านอะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ในขณะที่ท่านอยู่บนมิมบัรของเมืองกูฟะฮฺ ว่า "บุคคลที่ดีที่สุดในประชาชาตินี้หลังจากนบีของพวกเขาแล้ว ก็คือ ท่าน อบูบักร(รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) และหลังจากนั้นก็ท่าน อุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) " และยังได้มีรายงานจากท่านอีกว่า "ไม่มีใครที่ทำการยกย่องฉันเกินกว่าท่านอบูบักร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) และท่านอุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) นอกจากว่าฉันจะทำการเฆี่ยนเขาในฐานที่ทำการอุตริ แอบอ้าง " ( มุซนัด อัลอิหม่ามอะฮฺหมัด หะดีษ ที่ 1059-60 หนังสืออุศูลเอี้ยะติกอดอะหฺลุซซุนนะฮฺ เล่มที่ 7 หน้า 1366 ) และได้มีรายงานจากบุคอรี และมุสลิม ว่า ท่านอะลี ร.ด. ได้กล่าวถึงท่านให้กลุ่มชนที่เป็นพวกพ้องของท่านที่เห็นว่า ท่านอะลีดีประเสริฐที่สุดว่า "ท่าน(อุมัร) (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) มิได้ทิ้งคนหนึ่งคนใดหลังจากท่านที่ฉันปรารถนา ที่จะได้พบกับอัลลอฮฺ สุบหฯ ด้วยกับการงานที่เหมือนกับการงานที่เขากระทำเท่ากับท่าน(อุมัร) (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) และขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ฉันแน่ใจอย่างเหลือเกินว่า อัลลอฮฺ สุบหฯจะต้องจัดให้ท่านได้อยู่กับสหายทั้งสองของท่าน(ร่อซูล)และท่านอบูบักร อย่างแน่นอน เนื่องจากว่าบ่อยครั้งเหลือเกินที่ฉันได้ยินท่านศาสดา กล่าวว่า ฉันได้ไปพร้อมกับอบูบักร และอุมัร ฉันได้เข้ามาพร้อมกับอบูบักร และอุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ดังนั้นฉันจึงเชื่อมั่นว่า อัลลอฮฺจะต้องให้ท่านได้อยู่ร่วมกับท่านทั้งสองอย่างแน่นอน

จากหลักฐานที่ได้ยกมานี้เป็นการยืนยันจากท่านอะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) เองว่า อะกีดะฮฺของชีอะฮฺที่เกี่ยวข้องกับเคาะลีฟะฮฺทั้งสอง(รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) นั้นไม่ถูกต้อง และเป็นการยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของท่านอะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) จากข้อกล่าวอ้างต่างๆ ที่พวกชีอะฮฺได้กล่าวอ้างเอาไว้ และท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับอะกีดะฮฺของพวกเขาแม้แต่น้อย แต่ทว่าท่านกลับยอมรับ ท่านทั้งสอง และบรรดาเศาะหาบะฮฺ ของท่านศาสดา และรักพวกเขาเหล่านั้นทั้งหมด นอกจากนี้ท่านเองก็ได้ยอมรับว่าท่านทั้งสองนั้นมีความประเสริฐกว่าตัวของท่านเอง และทำการลงโทษคนที่ยกย่องท่านเหนือกว่าท่านเคาะลีฟะฮฺทั้งสองและยิ่งไปกว่านั้นท่านยังปารถนาที่จะได้พบกับอัลลอฮฺ ด้วยกับการงานที่เหมือนการงานของท่านอุมัรขออัลลอฮฺทรงให้ความพอพระทัยแด่ท่านตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺที่ดีงามและสะอาดบริสุทธิ์จากการกล่าว หาของพวกที่ทำการอุตริทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นพวกชีอะฮฺ และเคาะวาริจญ์ ที่งมงายทั้งหลาย

หลังจากนั้นอิหม่ามทั้งหลายที่มาหลังจากท่านอะลี ที่เป็นลูกหลานของท่านและบรรดาอะหฺลุลบัยตฺ ของท่าน ต่างก็ได้ปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมกับอะกีดะฮฺของพวกชีอะฮฺ หรือแนวทางของพวกเขา แต่พวกเขากลับกล่าวสนับสนุนแนวทางของชาวสุนนะฮฺ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

คำพูดของท่านหะซัน บิน อะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) อิหม่ามคนที่สองตามความเชื่อของชีอะฮฺ ลูกของท่านอะลี(รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) จากอัมร บิน อะศ็อมได้กล่าวว่า ฉันได้กล่าวแก่ท่านฮะซันว่า "แท้จริงพวกชีอะฮฺได้เชื่อมั่นว่า ท่านอะลีจะกลับมาเกิดใหม่ ก่อนวันกิยามะฮฺ" ท่านจึงกล่าวว่า "พวกเขาได้โกหก ขอ สาบานต่ออัลลอฮฺ พวกเขาเหล่านั้นมิใช่ชีอะฮฺ(คำว่าชีอะฮฺ ในช่วงแรกหมายถึงพวกพ้องของท่านอะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ) ถ้าหากว่าเราทราบว่าท่านจะกลับมาเกิดใหม่ เราก็คงจะไม่แต่งภริยาของท่านให้กับผู้อื่น และเราก็จะไม่แบ่งมรดกของท่าน อย่างแน่นอน " และอบูนะอีม ได้กล่าวว่า มีผู้กล่าวแก่ท่าน ฮะซัน (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) บิน อะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ว่า" แท้จริงประชาชนได้พากันกล่าวว่า ท่านต้องการที่จะขึ้นมาเป็นเคาะลีฟะฮฺ " ท่านจึงกล่าวว่า " ฉันมีพวกพ้องจากเผ่าต่างๆ ของอรับที่อยู่ภายใต้การปกครองของฉัน พวกเขาพร้อมที่จะทำสงคราม กับผู้ที่ฉันจะทำสงครามด้วย และยอมจำนนต่อคนที่ฉันยอมจำนนด้วย แต่ทว่าฉันได้ละทิ้งมันเพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ และป้องกันมิให้ประชาชาติของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ ต้องมาหลั่งเลือดกันเอง"

คำพูดของท่านหุเซน บิน อะลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) อิหม่ามคนที่สามตามความเชื่อของชีอะฮฺ ท่านได้พูดเกี่ยวกับพวกชีอะฮฺชาวอิรักที่ได้จดหมายไปหาท่านและได้สัญญากับท่านว่าจะให้การช่วยเหลือท่าน หลังจากที่ท่านได้ตอบรับพวกเขาแล้ว ปรากฎว่าพวกเหล่านั้นต่างก็ได้ละทิ้งท่านและได้ส่งมอบตัวท่านให้กับศัตรูของท่าน ว่า " โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงชาวอีรักได้หลอกลวงฉัน และได้ทรยศต่อฉัน และ ได้กระทำต่อพี่ชายของฉันตามที่ได้กระทำไปแล้ว โอ้อัลลอฮฺจงทำให้พวกเขาแตกแยกกันในการงานของพวกเขา และโปรดทำลายพวกเขาตามจำนวนที่พวกของข้าพระองค์ได้ถูกฆ่า " และจากการหลอกลวง และทรยศของพวกเขาที่มีต่อท่านนั้นทำให้ท่านและชาวอะหฺลุลบัยตฺทิ่อยู่กับท่านในเหตุกาลนั้นต้องพบกับจุดจบที่น่าอเนจอนาถยิ่ง ซึ่งการตายของท่านในครั้งนี้ได้สร้างความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสทำให้หัวใจของมุสลิมทุกคนแทบจะแหลกสลาย หลังจากนั้นพวกชีอะฮฺเหล่านี้กลับเสแสร้งแกล้งแสดงออกถึงความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง จากการตายของท่านหุเซน (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ด้วยการทำลายร่างกายของตนเองและ แสดงออกถึงความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้งพร้อมทั้งทำการสาปแช่งพวกของมุอาวิยะฮฺ(รอฎิยัลลอฮุอันฮุ)ที่ได้ฆ่าท่านหุเซน (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ทั้งๆที่พวกเขานั้นแหละที่เป็นสาเหตุให้ท่านถูกฆ่า โดยได้กำหนดการกระทำที่เป็นบิดอะฮฺอันนี้ในวันที่ 10 มุฮัรรอม (วันอาชูรอ) ของทุกๆปี ขอให้อัลลอฮทรงทำให้พวกเขาได้พบกับความต่ำต้อย ในสิ่งที่พวกเขาได้แอบอ้างและโกหกในการอ้างความเป็นผู้ปกครองของอะหฺลุลบัยตฺ และจากการหลอกลวง และทรยศที่ชั่วช้าของพวกเขา (ซิยัรอะอฺ ลามุ้นนุบ่าล้า เล่มที่3 หน้า 302 )

คำพูดของท่านอะลี บิน อัล-หุเซน อิหม่ามคนที่สี่ตามความเชื่อของชีอะฮฺ "โอ้ชาวอีรักทั้งหลาย จงรักใคร่เราด้วยกับรักใคร่ตามแบบอย่างของอิสลาม แต่จงอย่ารักใคร่เราอย่างพวกที่บูชารูปเจว็ดรักใคร่ และหากว่าความรักของพวกท่านที่มีต่อพวกเราเป็นไปในรูปนี้ ย่อมจะเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่เรา" (สิยัรฺ ฯ 4/390 ) และได้มีรายงานมาจากท่านอีกเช่นเดียวกันว่า ได้มีชาวอีรักกลุ่มหนึ่งมาหาท่านพร้อมทั้งทำการด่าว่า ตำหนิท่านอบูบักร ท่านอุมัร และท่านอุสมาน (รอฎิยัลลอฮุอันฮุม) จนกระทั่งเมื่อพวกเขาได้กล่าวเสร็จแล้วท่านจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกท่านจะบอกฉันหน่อยได้ใหมว่าพวกท่านเป็นผู้ที่ทำการฮิจเราะฮฺเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ถูกขับออกมาจากบ้านเรือนและทรัพย์สมบัติของพวกเขา โดยที่พวกเขาหวังความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ และพวกเขาได้ทำการช่วยเหลืออัลลอฮฺ และศาสนฑูตของพระองค์ พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ที่สัตย์จริง ใช่หรือไม่ " พวกเขากล่าวว่า " พวกเราไม่ใช่คนเหล่านั้น " ท่านจึงกล่าวว่า "ถ้าเช่นนั้นพวกท่านก็คือบรรดาผู้ที่ได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ในนครมดีนะฮฺ และได้ศรัทธามาก่อนหน้าที่พวกมุฮาญิรีนจะได้อพยพมายังพวกเขา พวกเขารักใคร่บรรดาพวกมุฮาญิรีนจะได้อพยพมายังพวกเขา และจะไม่พบว่าพวกเขามีความต้องการในสิ่งที่พวกเขาได้มอบให้แก่บรรดาพวกมุฮาญิรีน และพวกเขาได้เสียสละตัวของพวกเขา ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขา อย่างยิ่งและผู้ใดก็ตามที่เขาได้ละทิ้งความตระหนี่ในตัวของพวกเขา ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นคือผู้ที่จะได้รับความสำเร็จ " พวกเขาได้ตอบว่าพวกเรามิใช่ชนเหล่านั้น ท่านจึงกล่าวว่า "ขอยืนยันว่าแท้จริงแล้วพวกท่านก็มิใช่หนึ่งในผู้ที่อัลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ว่า "และบรรดาผู้ที่ได้ศรัทธาหลังจากคนเหล่านั่น จะกล่าวว่า โอ้พระผู้อภิบาลของเราโปรดประทานอภัยให้แก่เรา และบรรดาพี่น้องของเราที่ได้ศรัทธาก่อนหน้าพวกเรา และอย่าให้ในจิตใจของเรามีความต้องที่จะทำการคดโกงบรรดาผู้ที่ศรัทธา โอ้พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงท่านนั้นเป็นผู้ที่อ่อนโยน ผู้ทรงเมตตาอย่างยิ่ง (ท่านได้ตอบโต้การกระทำของพวกเขา ด้วยการยกเอา อายะฮฺ ที่ 8-10 จากซูเราะฮฺ อัล-ฮัชร์ มาถามพวกเขา ) จงออกไปให้พ้นจากที่นี่ ขออัลลอฮฺ สุบหฯ ทรงจัดการกับพวกท่าน (ท่านอบู นะอีมได้รายงานเอาไว้ในหนังสือของท่านที่ชื่อ ฮุลียะตุ้ลเอาลิยาอ 3/137 )

คำพูดของท่านมุฮัมมัด บิน อะลี (อัล-บากิรฺ) อิหม่ามคนที่ห้า ตามความเชื่อของชีอะฮฺ จากท่านมุฮัมมัด บิน อะลี (อัล-บากิรฺ) ท่านได้กล่าวว่า " บรรดาผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากท่านหญิงฟาติมะฮฺ ต่างก็มีความเห็นพ้องต้องกัน ในการที่จะกล่าว เกี่ยวกับท่านอบูบักร และท่านอุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ด้วยกับคำพูดที่ดีที่สุดที่จะทำได้" (จากหนังสือ สิยัรฺฯ 4/406 ) และมีรายงานจากท่านมาอีกว่า ท่านได้กล่าวแก่ญาบิร อัลญะอฺฟี่ ว่า " แท้จริงได้มีชาวอีรักกลุ่มหนึ่ง เชื่อว่าพวกเขานั้นรักเรา แต่ทว่าพวกเขากลับทำการด่าว่าท่านอบูบักร และท่านอุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) โดยที่ได้อ้างว่าเราได้ใช้พวกเขาให้ทำเช่นนั้น" ดังนั้นท่านจงแจ้งแก่พวกเขาเถิดว่า "ฉันนั้นมิได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ กับเรื่องนี้ ณ.ที่อัลลอฮฺ สุบหฯ และพระองค์อัลลอฮฺ สุบหฯ ก็มิได้ทรงมีส่วนรับผิดชอบใดๆ กับการงานของพวกเขา ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ สุบหฯ ผู้ที่ชีวิตของมุฮัมมัดอยู่ในกำมือของท่านว่า ถ้าหากว่าฉันได้ขึ้นมาปกครองเมื่อไหร่ฉันจะทำอิบาดะฮต่ออัลลอฮฺด้วยกับการฆ่าพวกเหล่านี้เสีย และฉันจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ(ชะฟาอะฮฺ) จากท่านนบี ศ็อลฯ ถ้าหากว่าฉันไม่ทำการขออภัยโทษให้แก่ท่านทั้งสอง(ท่านอบูบักร ท่านอุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) และขอความเมตตาจากอัลลอฮฺให้แก่ท่านทั้งสอง(รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) แท้จริงบรรดาศัตรูของอัลลอฮฺนั้น จะเพิกเฉยต่อการกระทำอันนี้ (ท่านอิหม่ามบัยฮะกีย์ได้รายงานเอาไว้ใน หนังสือ อะกีดะฮฺ หน้าที่361 ) และท่านบัซซาม อัศศอยร่อฟี่ ได้ถามท่าน อบูญะอฺฟัร เกี่ยวกับท่าน ท่านอบูบักร และท่านอุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ว่าเป็นอย่างไร ? ท่านตอบว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ สุบหฯ ว่า แท้จริงฉันได้ยอมรับความเป็นผู้นำของท่าน และฉันได้ทำการขออภัยโทษให้แก่ท่านทั้งสอง (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) และฉันไม่พบใครคนใดคนหนึ่งจากอะหฺลุลบัยตฺนอกจากว่าเขาผู้นั้นเป็นผู้ที่ยอมรับการเป็นผู้นำของท่านทั้งสอง(รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) (ท่านอิบนิ สะอด์ ได้รายงานไว้ในหนังสือ อัต-ตอบากอต 5/321 )

คำพูดของซัยดฺ อิบนุ อะลี น้องของท่านบากิรฺ ท่านซัยดฺ อิบนุ อะลี ได้กล่าวว่า " ท่านอบูบักร นั้นเป็น อิหม่ามของบรรดาผู้ที่ขอบคุณ(ชุโกร) ต่ออัลลอฮฺ สุบหฯ " หลังจากนั้นท่านก็ได้อ่านอายะฮฺที่ 144 ซูเราะฮฺ อาลิอิมรอน ความว่า " และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนความดีให้แก่บรรดาผู้ที่ขอบคุณ " แล้วท่านก็กล่าวอีกว่าการปฏิเสธ ไม่ยอมรับ ท่านอบูบักร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ) ก็คือการปฏิเสธ ไม่ยอมรับ ท่านอะลี(รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ) ( รายงานโดย อัลลาละกาอี ในหนังสือ อุศูลุ้ลเอี้ยะติกอด ฯ )

คำพูดของญะอฺฟัร บิน มุฮัมมัด (อัศ-ศอดิก) อิหม่ามคนที่หก ตามความเชื่อของชีอะฮฺ จากอับดุลญับบารฺ อิบนิ อับบ็าซ อัล-ฮะมะดานีย์ ว่าท่านญะอฺฟัร บิน มุฮัมมัด ได้ไปหาพวกเขา( พวกชีอะฮฺ จากอีรัก ) ในขณะที่พวกเขาต้องการเดินทางออกจากมะดีนะฮฺ และได้กล่าวว่า " พวกท่านทั้งหลายล้วนเป็นกลุ่มชนที่ดีงามของพวกพ้องของพวกท่าน( อินชาอัลลอฮฺ ) ดังนั้นพวกท่านจงนำคำพูดของฉัน ไปแจ้งแก่พวกของท่านเถิดว่า "ใครก็ตามที่เขาเชื่อว่าฉันนั้นเป็นอิหม่ามที่ปราศจากความผิดทั้งมวล และเป็นผู้ที่พวกท่านทั้งหลายจำเป็นจะต้องให้การเชื่อฟัง และปฏิบัติตามฉัน ขอให้เขารู้ไว้เถิดว่า ฉันนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับเขา และใครก็ตามที่เชื่อว่าฉันไม่ยอมรับท่านอบูบักรและท่านอุมัร ขอให้รู้ไว้ว่า ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคนผู้นั้น" จากหนังสือ สิยัรฺ อัล-อะอฺลาม อัน-นุบาลาอฺ 6 / 259

และรายงานจากซาเล็ม บินอบี ฮัฟซอฮฺ ได้กล่าวว่า ฉันได้ถามท่านมุฮัมมัด และลูกชายของท่านคือที่ ญะฟัร เกี่ยวกับท่านอบูบักร และอุมัร ท่านได้ตอบว่า โอ้ ซาเล็ม จงยอมรับต่อการเป็นผู้นำของท่านทั้งสอง และจงหลีกห่างจากศัตรูของท่านทั้งสอง เพราะท่านทั้งสองคือผู้นำสู่ทางนำ หลังจากนั้น ท่านญะฟัรก็ได้กล่าวว่า "โอ้ ซาเล็ม มีใครบ้างที่เขาจะด่าปู่ของตัวเอง ซึ่งท่านอบูบักรนั้นเป็นตาของฉัน ฉันจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากท่านนบีมุฮัมมัดในวันกิยามัต ถ้าหากว่าฉันไม่ยอมรับการเป็นผู้นำของท่านทั้งสอง และหลีกห่าง จากศัตรูของท่านทั้งสอง " จากหนังสือ อัซ-สุนนะห์ ของอับดุลลอฮฺ บิน อะฮฺมัด 2 / 548

จากท่านญะอฺฟัร บิน มุฮัมมัด ท่านได้กล่าวว่า ฉันไม่ได้ต้องการการให้ความช่วยเหลือใด ๆ จากท่านอะลี นอกจากว่าฉันต้องการความช่วยเหลือจากท่านอบูบักรเช่นเดียวกัน เพราะว่าท่านได้ให้กำเนิดฉันถึงสองครั้ง( เพราะตาและยายของท่านเป็นหลานของท่านอบูบักร) จากหนังสือ ชัรฮ อุศุล อิอติกอด อะหฺลิซซุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮ 7 / 1301

และจากท่านญะอฺฟัรอีกเช่นกัน ได้มีคนถามท่านเกี่ยวกับท่านอบูบักร และท่านอุมัร ท่านจึงตอบว่า" แท้จริงท่านได้ถามฉันถึงชายสองคนที่ได้กินผลไม้ของสรวงสวรรค์ " จากหนังสือ สิยัรฺอัล-อะอฺลาม อัน-นุบาลาอฺ 6 / 260

ท่านซะฮะบีย์ได้สรุปสายรายงานนี้ว่า "คำพูดของท่านญะอฺฟัรนี้ เป็นคำพูดที่มีสายรายงานมาจากท่านอย่างมากมาย (มุตะวาติร) ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ แท้จริงท่านได้พูดมันด้วยความสัตย์จริง โดยที่ไม่ได้อำพรางต่อผู้ไดผู้หนึ่ง ดังนั้นขอให้อัลลอฮฺ โปรดทำให้พวกชีอะฮฺได้พบกับความอดสู" จากหนังสือ สิยัร อัล-อะอฺลาม อัน-นุบาลาอฺ 6 / 260

นี่คือคำพูดของบรรดาอิหม่ามทั้งหลายจากอะหลุลบัยตฺผู้ดีงาม และบริสุทธิ์ ซึ่งบรรดาชีอะฮฺได้อ้างการเป็นอิหม่ามและผู้นำของท่าน และได้โยงแนวความคิดของพวกเขาไปยังพวกท่าน ซึ่งรายงานต่าง ๆข้างต้นนี้ย่อมเป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดแจ้งถึงจุดยืนของพวกท่านที่มีต่อพวกชีอะห์ และศาสนาของพวกเขา และความไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับพวกเขา และสิ่งที่พวกเขาได้แอบอ้างว่ามาจากพวกท่านไม่ว่าจะเป็นหลักการศรัทธาที่ทำให้ตกจากศาสนา หรือการกล่าวหาบรรดาเศาะหาบะฮฺ หรือการใส่ร้ายป้ายสีบรรดามารดาของศรัทธาชนทั้งมวล และแท้จริงบรรดาอิหม่ามจากอะหฺลุลบัยตฺทุกท่านต่างก็ยึดถือตามแนวทางของอะหฺลุซซุนนะฮฺทั้งที่เปิดเผย และที่ซ่อนเร้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ หรือเรื่องเล็ก แหละนี่คือแนวทางที่อะหฺลุซซุนนะฮฺได้ยึดถือ และดำเนินรอยตามเสมอมา และผู้ใดก็ตามที่เขาอ้างสิ่งที่ไม่ใช่แนวทางที่พวกท่านได้ยึดถือปฏิบัติอยู่ ว่าท่านได้กระทำ หรือใช้ให้กระทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่าพวกเขาได้โกหกใส่พวกท่าน และเป็นผู้ที่ทำการอธรรมต่อพวกท่าน

ขออัลลอฮฺ สุบหฯ ทรงให้ความเมตตา และโปรดปราณอย่างกว้างขวางต่อพวกท่านทุกคน และขออัลลอฮฺให้ชาวชีอะฮฺได้พบกับความอัปยศ และความต่ำต้อยอย่างที่สุด

จากสายรายงานที่ผู้เขียนหนังสือ อัล-อินติศ็อร ได้ยกมาข้างต้นนั้นย่อมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บรรดาอิหม่ามทั้งหลายที่ชาว ชีอะฮฺได้พากันกล่าวอ้างว่า พวกท่านได้ใช้ให้ทำการต่างๆที่ขัดกับแนวทางของชาวสุนนะฮฺ อีกทั้งใช่ให้ ด่าว่าบรรดาเศาะหาบะฮฺ ที่มีเกียรติ์ อีกทั้งกล่าวหา มารดาของผู้ที่ศรัทธาว่าทำสิ่งที่ชั่วช้าลามก ล้วนเป็นการกระทำที่ พวกท่านมิได้ใช้ให้กระทำ อีกทั้งมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น

ถ้าเราจะถามว่ารายงานต่างๆ ข้างต้นนี้ เชื่อถือได้หรือไม่ ? เป็นการแอบอ้างของชาวสุนนะฮฺหรือเปล่า ? ก็ขอตอบว่า ชาวสุนนะฮฺนั้นถือว่าการโกหกนั้นเป็นบาปใหญ่ และไม่เป็นที่อนุมัติตามหลักศาสนา ในขณะที่ชาวชีอะฮฺนั้นถือว่าการโกหก(อัต-ตะกียะฮฺ)นั้นเป็นเรื่องของศาสนา เป็นสิ่งที่ทำแล้วได้บุญ

เรื่องราวเหล่านี้นั้นบรรดานักวิชาการระดับสูงของชาวชีอะฮฺ ต่างก็ทราบดี แต่ทว่า พวกเขาก็อ้างว่า เรื่องราวเหล่านี้ เป็นการตะกียะฮฺ(การอำพราง) ของบรรดาอิหม่ามของพวกเขา ทั้งๆ ที่ในบางเรื่องนั้นอิหม่ามได้กล่าวถึงมันในหมู่พวกพ้องของท่าน โดยที่ไม่ต้องเกรงกลัวต่อผู้ใด

เพราะฉะนั้นเราจึงเข้าใจได้ว่า ความรักของชาวชีอะฮฺที่มีต่อชาวอะหฺลุลบัยตฺนั้นเป็นความรักที่วางอยู่บนความงมงาย บิดเบือน และจอมปลอม อย่างแน่นอน โดยที่พวกที่เป็นชีอะฮฺระดับล่าง (พวกที่ไม่ใช้อุลามะฮฺชั้นสูง) จะไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงของศาสนาของพวกเขาเลยนอกจากเพียงผิวเผินที่พวกผู้รู้ของพวกเขาได้ทำการปั้นหัวพวกเขา เอาไว้เท่านั้น

ดังนั้นขอให้ชาวชีอะฮฺ ทั้งหลายโปรดใช้วิจารณญาณของท่านให้เต็มที่ และพิจารนาให้ถ่องแท้เถิด แล้วท่านก็จะทราบถึงข้อเท็จจริงที่พวกนักวิชาการของพวกท่านได้ร่วมมือกันปิดบังพวกท่านอยู่ ขอให้ทราบไว้เถิดว่า การโกหก และอำพราง นั้นเป็นแนวทางของบรรดาชัยฎอน มารร้าย เป็นการงานของพวกมุนาฟิก (พวกกลับกลอก) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความเท็จนั้นยย่อมไม่อาจนำไปสู่สัจธรรมได้ ผู้แปล )

- - - - - - - -
Source : "อัล-อินติศ็อร" โดยเชค ดร.อิบรอฮีม บิน อามิร อัร รุฮัยลี่ย์ อาจารย์สอน สาขา อะกีดะฮฺ ในระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัย อิสลาม อัล-มะดีนะฮฺ

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา