เมนูของเรา

สาระทั่วไป : อาชูรออฺ ข้อเท็จจริงของความสำคัญ

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 5/6/2007 15:09:53 (5738 ครั้งที่อ่าน)
สาระทั่วไป

มุหัรรอมเป็นเดือนแรกแห่งปีจันทรคติ เป็นหนึ่งในบรรดาสี่เดือนที่ต้องห้าม ซึ่งอิสลามได้ส่งเสริมให้มุสลิมถือศีลอดกันในเดือนดังกล่าว ท่านรสูล กล่าวความว่า "การถือศีลอดที่ประเสริฐที่สุดหลังจากเดือนเราะมะฎอนคือการถือศีลอดในเดือนมุหัรรอมของอัลลอฮฺ" (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1163) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถือศีลอดในวันอาชูรออฺ

ความหมายของอาชูรออฺ

อิมาม นะวะวีย์ กล่าวว่า "อุลามาอฺส่วนใหญ่ทั้งสะลัฟและเคาะลัฟต่างมีความเห็นพ้องกันว่า วันอาชูรออฺ คือวันที่สิบของเดือนมุหัรรอม" (อัลมัจมูอฺ 6/352)

ยิวกับการถือศีลอดวันอาชูรออฺ

วันอาชูรออฺเป็นวันหนึ่งที่ชาวยิวให้ความสำคัญด้วยการถือศีลอด และถือว่าเป็นวันอีดวันหนึ่งของพวกเขา เพราะพวกเขาเชื่อว่าวันอาชูรออฺตรงกับวันที่อัลลอฮฺได้ทรงทำให้นบีมูซาและบนีอิสราเอลรอดพ้นจากการจับกุมของฟิรเอาน์และทำให้ฟิรเอาน์และกองทหารจมน้ำทะเล ดังนั้น นบีมูซาจึงถือศีลอด เพื่อแสดงความขอบคุณอัลลอฮฺ (บันทึกโดยบุคอรีย์ หมายเลข 2004, 2005,3397,3943)

คริสต์กับการถือศีลอดวันอาชูรออฺ

เช่นเดียวกับชาวคริสต์ที่ให้ความสำคัญกับวันอาชูรออฺด้วยการถือศีลอดในวันนั้น (บันทึกโดยมุสลิม 8/10) ส่วนเหตุผลนั้นอาจเป็นเพราะว่านบีอีซาเคยถือศีลอดในวันนั้นตามบัญญัติของนบีมูซาซึ่งยังไม่ถูกลบล้าง เพราะบัญญัติต่างๆของคริสต์ส่วนใหญ่จะรับมาจากคัมภีร์เตารอต (ฟัตหุลบารีย์ 4/291) วัลลอฮุ อะลัม

กุเรชกับการถือศีลอดวันอาชูรออฺ

ถึงแม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ด้านศาสนาของชาวอาหรับก่อนการเป็นรสูลของนบีมุหัมมัด จะเต็มด้วยการบูชาเจว็ดรูปปั้นต่างๆ แต่ก็มีบางสถานที่และวันสำคัญที่พวกเขาเชิดชูและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในบรรดาวันสำคัญดังกล่าว คือวันอาชูรออฺ ซึ่งพวกเขาจะพากันถือศีลอดในวันนั้นอย่างพร้อมเพรียงกันและจัดงานฉลองอย่างเอิกเกริก (บันทึกโดยมุสลิม 8/4 ดู ฟัตหุลบารีย์ 4/288)

อาชูรออฺในบัญญัตของอิสลาม

ในขณะที่ท่านรสูล พำนักอยู่ที่นครมักกะฮฺนั้น ท่านได้ถือศีลอดวันอาชูรออฺอย่างต่อเนื่องตามชาวกุเรช หลังจากที่ท่านได้ฮิญเราะฮฺมายังนครมดีนะฮฺท่านพบว่าชาวยิวก็ถือศีลอดในวันอาชูรออฺเช่นเดียวกัน ดังนั้นท่านจึงสั่งให้บรรดาเศาะหาบะฮฺทำการถือศีลอดตามด้วย ซึ่งการถือศีลอดในช่วงนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่วายิบสำหรับมุสลิมทุกคน จนกระทั่งฟัรฎูรอมฎอนถูกประทานลงมาในปีที่สองแห่งฮิญเราะฮฺศักราช ดังนั้นการถือศีลอดวันอาชูรออฺจึงกลายเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺเท่านั้นตามทัศนะของอุลามาอฺส่วนใหญ่

ความสำคัญของวันอาชูรออฺ

ท่านรสูลุลลอฮฺได้สั่งกำชับให้ประชาชาติมุสลิมถือศีลอดในวันอาชูรออฺเพื่อร่วมชูโกรต่อเอกองค์อัลลอฮฺที่ทำให้ นบีมูซาและบนีอิสราเอลรอดพ้นจากการตามล่าของฟิรเอาน์และกองทหาร (บันทึกโดย มุสลิม หมายเลข 1130)

อิสลามต้องแตกต่างจากยิวและคริสต์

การดะวะฮฺของท่านรสูล ในระยะแรกนั้น ท่านพยายามจะปฏิบัติให้สอดคล้องกับบัญญัติของยิวและคริสต์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่ทรงผม เพื่อจะโน้มน้าวพวกเขาให้เข้ารับอิสลาม แต่แล้วท่านเห็นว่าวิธีการดังกล่าวไม่เกิดผลแต่อย่างใด ดังนั้นท่านจึงประกาศจุดยืนใหม่ด้วยการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆที่ค้านกับบัญญัติของเขาเหล่านั้น เช่นเดียวกับการถือศีลอดวันอาชูรออฺ ซึ่งชาวยิวและคริสต์จะถือศีลอดกันในวันอาชูรอฺหรือวันที่สิบของเดือนมุหัรรอมวันเดียวเท่านั้น ดังนั้นท่านรสูล จึงสั่งให้ถือศีลอดเพิ่มก่อนหน้าวันที่สิบอีกหนึ่งวัน (วันที่เก้า) หรือหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน (วันที่สิบเอ็ด) เพื่อให้ค้านกับการปฏิบัติของชาวยิวและคริสต์ ท่านกล่าวความว่า "หากแม้นว่าฉันยังมีชีวิตถึงปีหน้า อินชาอัลลอฮฺ เราจะถือศีลอดกันในวันที่เก้า (อีกวันหนึ่ง)" (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1134)

"จงถือศีลอดในวันอาชูรออฺ และจงทำให้แตกต่างจากการถือศีลอดของชาวยิว ด้วยการถือศีลอดอีกวันหนึ่งก่อนวันอาชูรออฺหรืออีกวันหนึ่งหลังจากนั้น" (บันทึกโดย อะหมัด1/241)

วิธีการถือศีลอดวันอาชูรออฺ

อุลามาอฺได้วางลำดับความประเสริฐของการถือศีลอดวันอาชูรออฺออกเป็นสามลำดับดังนี้คือ

1. ถือศีลอดต่อเนื่องกันสามวัน คือวันที่ 9 - 11 ถือว่าเป็นถือศีลอดที่ประเสริฐที่สุด

2. ถือศีลอดติดต่อกันเพียงสองวัน คือวันที่ 9-10 หรือ 10 -11 ถือว่าเป็นการถือศีลอดที่มีความประเสริฐรองลงมา

3. ถือศีลอดในวันอาชูรออฺหรือวันที่สิบวันเดียว ถือว่าเป็นการถือศีลอดที่มีความประเสริฐน้อยที่สุด. (ฟัตหุลบารีย์ 4/246 อัลฟะตาวีอัลกุบรอย์ อัลฟิกฮิยยะฮฺ 2/68)

ความประเสริฐของการถือศีลอดวันอาชูรออฺ

การถือศีลอดในวันอาชูรออฺสามารถลบล้างบาปสำหรับหนึ่งปีที่ผ่านมา (บันทึกโดย มุสลิม หมายเลข 1162)

ภารกิจอื่นจากการถือศีลอดในวันอาชูรออฺ

ไม่มีรายงานที่เชื่อถือได้ว่าในสมัยท่านรสูล และบรรดาเศาะหาบะฮฺ ตลอดจนชนรุ่นแรกในหมู่สะลัฟ มีการปฏิบัติหรือส่งเสริมให้ปฏิบัติภารกิจอื่นจากการถือศีลอดในวันอาชูรออฺนี้ เช่นการกวนข้าวสูรอและอื่นๆ.

ด้วยเหตุนี้ ท่านฟัยรูซฺ อะบาดีย์ กล่าวว่า "ได้มีหะดีษ (ที่ถูกต้อง) ที่บ่งบอกถึงสุนนะฮฺให้ถือศีลอดในวันอาชูรออ ส่วนหะดีษอื่นๆที่เกี่ยวกับความประเสริฐของการละหมาดในวันอาชูรออฺ การให้ทาน การย้อมสีเคราและมือ การใส่น้ำหอมบนหัว การทาขนตาให้ดำ การหุงต้ม (เช่นการกวนชูรอ เป็นต้น) และอื่นๆ ล้วนเป็นหะดีษที่เมาฎูอฺและกุขึ้นมาทั้งสิ้นฺ" (สิฟรุล สะอาดะฮฺ หน้า 150) วัลลอฮุอะลัม
การป่าวประกาศและเชิญชวน

ถึงแม้ว่าการถือศีลอดในวันอาชูรออฺเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ ตามทัศนะของอุลามาอฺส่วนใหญ่ แต่ก็มีรายงานจากอิบนุอับบาสกล่าวว่า "ฉันไม่เคยเห็นท่านรสูล ไห้ความสำคัญกับการถือศีลอดมากกว่าวันนี้” หมายถึงวันอาชูรออฺ และการถือศีลอดในเดือนนี้ หมายถึงเดือนรอมฎอน (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลข 2006)

ท่านรสูลไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการถือศีลอดในวันอาชูรออฺเท่านั้น ซ้ำท่านยังมีคำสั่งให้บรรดาเศาะหาบะฮฺออกป่าวประกาศตามหมู่บ้านต่างๆให้ทุกคนถือศีลอดกันในวันอาชูรออฺอีกด้วย ด้วยคำกล่าวที่ว่า "จงป่าวประกาศแก่ประชาชนว่า ผู้ใดที่ได้ทานอะไรลงไปแล้วก็จง (หยุดทานและ) ถือศีลอดในเวลาที่ยังเหลืออยู่ และผู้ใดที่ยังไม่ได้ทานอะไรลงไปก็จงถือศีลอดเสีย เพราะวันนี้คือวันอาชูรออฺ" (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลข 2007) เช่นเดียวกับบรรดาเคาะลีฟะฮฺทั้งสี่ ซึ่งทุกท่านต่างให้ความสำคัญกับการถือศีลอดในวันอาชูรออฺเป็นอย่างมาก (เอาญะซุลมะสาลิก 5/96) ดังที่มีรายงานจากอุมัร บิน อัลค็อตต็อบว่า ท่านได้ส่งตัวแทนให้เป่าประกาศแก่ประชาชนว่า "พรุ่งนี้เป็นอาชูรออฺ ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหลายจงถือศีลอดเสีย และจงสั่งกำชับให้ลูกเมียของพวกเจ้าถือศีลอดด้วย". (บันทึกโดย มาลิก หมายเลข 668) และท่านมุอาวิยะฮฺ บิน อบีสุฟยาน ได้กล่าวปราศรัยในวันอาชูรออฺหลังจากเทศกาลฮัจญ์ว่า "บรรดาอุลามาอฺของพวกเจ้าอยู่ใหน? วันนี้คือวันอาชูรออฺ อัลลอฮฺไม่ได้บังคับให้พวกเจ้าถือศีลอดในวันนี้ แต่ฉันเป็นคนที่ถือศีลอดในวันนี้ ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกเจ้าพอใจที่จะถือศีลอดก็จงถือเสีย และผู้ใดที่จะทานอาหาร (ไม่ถือศีลอด) ก็จงทานเสีย". (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลข 2003 มุสลิม หมายเลข 1129) .

สุบหานัลลอฮฺ! ช่างน่าประหลาดใจยิ่งที่พี่น้องมุสลิมบ้านเราอีกหลายคนกลับเพิกเฉยและปฏิบัติภารกิจที่ค้านกับแบบอย่างที่ท่านรสูลและบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านได้ยึดปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและจริงจังจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ในขณะที่ท่านเหล่านั้นได้ป่าวประกาศเรียกร้องเชิญชวนอย่างจริงจังให้พี่น้องมุสลิมทำการถือศีลอดในวันอาชูรออฺ

มาเถิด... เรามาร่วมกันถือศีลอดในวันอาชูรออฺอันประเสริฐนี้เผื่อว่าอัลลอฮฺจะทรงอภัยโทษต่อบาปต่างๆ ที่เราเคยปฏิบัติมาตั้งแต่หนึ่งปี่ผ่านมา...อามีน


คัดลอกจาก: Islamic Library Yala
Source :
http://www.muslimthai.com

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา