เมนูของเรา

โต้อัต-ตียานีย์ : อัต-ตีญานีโกหกเรื่อง "อิคติลาฟุ อุมมะตีย์ เราะหฺมะฮฺ"

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 25/5/2007 21:11:41 (4197 ครั้งที่อ่าน)
โต้อัต-ตียานีย์

โดย อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย

ในหนังสือ "ขออยู่กับผู้สัตย์จริง" หน้า 25 กล่าวว่า :

"นอกเหนือจากทุกอย่างเหล่านี้แล้ว อะหฺลุซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ ยังได้ขัดแย้งในเรื่องความหมายของหะดีษที่ถือว่า เศาะเฮี๊ยะฮฺ จากทั้งสองฝ่าย ถึงแม้ว่าหะดีษนั้นๆ จะไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลใดๆ ดังมีตัวอย่างในหะดีษทำนองนี้ เช่น "ความขัดแย้งในประชาชาติของฉัน ถือเป็นความเมตตาอย่างหนึ่ง(จากพระผู้เป็นเจ้า)"

นี่คือคำกล่าวของเชคอัต-ตีญานีอีกตอนหนึ่งในหนังสือเล่มนั้น

ผมขอเรียนชี้แจงว่า เมื่อท่านเชคอัต-ตีญานีจะถือว่า หะดีษที่มีความหมายดังข้างต้น ซึ่งแปลมาจากข้อความภาษาอาหรับที่ว่า "อิคติลาฟุ อุมมะตีย์ เราะหฺมะฮฺ" นั้นเป็นหะดีษเศาะเฮี๊ยะฮฺสำหรับฝ่ายชีอะฮฺ ผมก็ไม่ติดใจและไม่คัดค้านอะไรเลย เพราะผมทราบดีที่สุดถึงมาตรการในการรับหะดีษของฝ่ายชีอะฮฺว่า ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำว่า "ถูกใจ" ดังกล่าวมาแล้ว

แต่ที่ท่านเชคฯ อ้างว่า หะดีษบทนี้เป็นหะดีษเศาะเฮี๊ยะฮฺในทัศนะของฝ่ายซุนนะฮฺด้วยนั้น ผมอยากจะขอถามท่านว่า "นักวิชาการหะดีษท่านใดของฝ่ายซุนนะฮฺที่กล่าวว่า หะดีษบทนี้เป็นหะดีษเศาะเฮี๊ยะฮฺ?"

ที่ผมระบุข้อความชัดเจนลงไปว่า "นักวิชาการหะดีษ" ก็เพราะข้อความข้างต้นนั้นถูกอ้างว่าเป็นหะดีษ หรือคำพูดของท่านรสูล ศ็อลฯ เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะรู้เรื่องความถูกต้อง หรือไม่ถูกต้องของหะดีษดีที่สุด จึงต้องเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาหะดีษเท่านั้น จะไปยึดถือ หรืออาศัยทัศนะของนักวิชาการฟิกฮฺ ย่อมไม่ได้

อุปมาเหมือนใครสักคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ แต่ดันไปหาหมอฟันเพื่อให้ช่วยสันนิษฐานโรคของตน ก็ย่อมจะหาความถูกต้องในการวินิจฉัยโรคไม่ได้เช่นเดียวกัน

ตามความเป็นจริงแล้ว สถานภาพของ( สิ่งซึ่งถูกอ้างว่าเป็น )หะดีษบทนี้ในทัศนะของนักวิชาการฝ่ายซุนนะฮฺนั้น ท่านเชคมุฮัมมัด นาศิรุดดีน อัล-อัลบานีย์ นักวิชาการหะดีษชื่อก้อง ซึ่งได้รับความเชื่อถือและการยอมรับมากที่สุดในปัจจุบัน และเพิ่งจะกลับคืนไปสู่ความเมตตาของพระองค์อัลลอฮฺ ศุบหฯ เมื่อเดือนกันยายน ปีกลาย (พ.ศ. 2542) ได้กล่าววิจารณ์ไว้ในหนังสือ "อัฎ-เฎาะอีฟะฮฺ" ของท่าน เล่มที่ 1 หน้า 76 หรือหะดีษที่ 57 ว่า :

"ไม่มีต้นตอหรือที่มาของมัน นักวิชาการหะดีษจำนวนมากต่างพยายามตรวจสอบค้นหาสายรายงานของหะดีษนี้ แต่ไม่มีใครเจอ จนกระทั่งท่านสะยูฏีย์ (สิ้นชีวิตปี ฮ.ศ. 911) ต้องกล่าวไว้ในหนังสือ "อัล-ญาเมี๊ยะอฺ อัศ-เศาะฆีร" ของท่านว่า "บางทีมันอาจจะถูกบันทึกไว้ในตำราบางเล่มของผู้ท่องจำหะดีษ ซึ่งเรายังไม่ได้รับมันก็ได้" ท่านอัล-มะนาวีย์ ได้คัดลอกคำพูดของท่านเชคอัซ-ซุบกีย์ โดยที่ท่านได้กล่าวว่า "มัน (หะดีษนี้) ไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการหะดีษ ฉันไม่เคยเจอสายรายงานของมันเลย ไม่ว่าจากการรายงานที่ถูกต้อง (เศาะเฮี๊ยะฮฺ) รายงานที่สวยงาม (หะซัน) หรือรายงานที่ถูกกุขึ้นมา (เมาฎั๊วะอฺ) ก็ตาม

สรุปแล้ว ข้อความที่ว่า "ความขัดแย้งในประชาชาติของฉัน ถือเป็นความเมตตาอย่างหนึ่ง(ของอัลลอฮฺ)" หรือข้อความเป็นภาษาอาหรับว่า "อิคติลาฟุ อุมมะตีย์ เราะหฺมะฮฺ" จึงไม่ใช่หะดีษ หรือเป็นคำพูดของท่านรสูล ศ็อลฯ แต่อย่างใดในทัศนะของนักวิชการหะดีษฝ่ายซุนนะฮฺ เพราะมันเป็นข้อความที่ถูกอ้าง และยัดเยียดให้แก่ท่านศาสดา ศ็อลฯ โดยปราศจากสายรายงาน

ดังนั้น คำกล่าวของเชคอัต-ตีญานีที่ว่า ฝ่ายซุนนะฮฺถือว่าหะดีษดังกล่าวนั้นเป็นหะดีษที่เศาะเฮี๊ยะฮฺ จึงเป็นเรื่องของการหลอกลวงต่อท่านผู้อ่านอย่างชัดเจนอีกเรื่องหนึ่ง



Source : อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย, ธาตุแท้ชีอะฮฺ, เอกสารถ่ายสำเนาจากต้นฉบับพิมพ์ดีด, พ.ศ. 2543, หน้า 24-25

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา