เมนูของเรา

อิมามมะฮฺดี : อิมามมะฮฺดี......... เร้นกายหรือยังไม่เกิด ตอนที่ 3

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 23/5/2007 22:58:00 (4355 ครั้งที่อ่าน)
อิมามมะฮฺดี

โดย อาจารย์ปราโมทย์ ศรีอุทัย

อิมามมะฮฺดีตามหลักฐานของฝ่ายซุนนะฮฺ


หะดีษที่รายงานมาในเรื่องการปรากฏกายของอิมามมะฮฺดี เรียกได้ว่า ถึงขั้น “หะดีษ มุตะวาติรฺ” คือ เป็นหะดีษซึ่งถูกรายงานมาจากกลุ่มชนจำนวนมากในทุกๆระดับชั้นจนเป็นไปไม่ได้ว่า พวกเขาจะรวมหัวกันกุเท็จในเรื่องนี้ .....

สำหรับนักวิชาการฝ่ายซุนนะฮฺที่ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับอิมามมะฮฺดีไว้...... (ทั้งรายงานที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง) มีอยู่หลายท่านด้วยกัน อาทิเช่น ท่านมุสลิม, หะดีษที่ 247/156, ท่านอิมามอะห์มัดในหนังสือ “อัล-มุสนัด” หะดีษที่ 645, 773, 3571, 3572, 3573, 4098, 4279, ท่านอบูดาวูด หะดีษที่ 4282,-4290, ท่านอัต-ติรฺมีซีย์ หะดีษที่ 2230- 2232, ท่านอิบนุมาญะฮฺ หะดีษที่ 4082 -4088, ท่านอัล-หากิมหะดีษที่ 8432, 8434, 8669-8675, ท่านอิบนุ อบีย์ชัยบะฮฺ เล่มที่ 8 หน้า 678-679, ท่านอัล-ฮัยษะมีย์ ในหนังสือ “มะวาริด อัศ-ศ็อมอาน” หะดีษที่ 1876-1881, และหนังสือ “บุฆยะตุ้ล บาหิษ” หะดีษที่ 788 เป็นต้น ................

นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการบางท่านที่ได้รวบรวมหะดีษเกี่ยวกับเรื่องอิมามมะฮฺดีไว้เป็นการเฉพาะก็มีอยู่หลายท่าน อย่างเช่น ท่านอัส-สะยูฎีย์ ได้รวบรวมหะดีษเรื่องอิมามมะฮฺดีไว้ในหนังสือชื่อ “อัล-อัรฺฟุลวัรฺดี ฟีย์อัคบาริลมะฮฺดี” ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือชุด “อัล-หาวีย์ ลิลฟะตาวีย์” ของท่าน เล่มที่ 2 หน้า 123 โดยจำนวนของหะดีษที่ท่านอิมามอัส-สะยูฏีย์ได้ระบุเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีจำนวนถึง 242 หะดีษ,.................

ท่านเช็ค อับดุลอะลีม บิน อับดุลอะซีม ได้เขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง “อัล-อะหาดีษ อัล-วาริดะฮฺ ฟิลมะฮฺดีฯ” โดยท่านได้บันทึกจำนวนหะดีษที่รายงานมาเกี่ยวกับเรื่องอิมามมะฮฺดี, ผู้บันทึกหะดีษเหล่านั้น, และทัศนะของนักวิชาการต่อสายรายงานของแต่ละหะดีษ .....

ผลสรุปก็คือ หะดีษเกี่ยวกับเรื่องของอิมามมะฮฺดี มีรายงานมาทั้งหมด 336 หะดีษ, ที่ถือว่าเป็นหะดีษถูกต้องหรือสวยงามที่รายงานมาจากท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม มีจำนวนเพียง 32 หะดีษ, และรายงานที่ถูกต้องมาจากเศาะหาบะฮฺอีก จำนวน 11 รายงาน, .....

และจากหะดีษถูกต้องที่รายงานมาจากท่านรอซู้ลฯ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม จำนวน 32 หะดีษนั้น... ที่กล่าวชัดเจนถึงอิมามมะฮฺดี จะมีอยู่เพียง 9 หะดีษ, และจากรายงานของเศาะหาบะฮฺอีก 6 รายงาน.... ส่วนหะดีษและรายงานที่ถูกต้องที่เหลือ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นอิมามมะฮฺดี, แต่จะบ่งบอกลักษณะและหลักฐานแวดล้อมซึ่งแสดงให้รู้ว่า เป็นเรื่องราวของท่านอิมามมะฮฺดี.........

ต่อไปนี้ คือข้อมูลจากหะดีษที่ถูกต้องของฝ่ายซุนนะฮฺที่กล่าวถึงเรื่องอิมามมะฮฺดี, ซึ่งผมจะจำแนกออกเป็นข้อๆดังต่อไปนี้ ........

1. ชาติตระกูล ท่านอิมามมะฮฺดีสืบเชื้อสายมาจากท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ ร.ฎ. จากทางด้านบุตรชายคนโต คือท่านอัล-หะซัน ร.ฎ. มิใช่จากน้องชาย คือท่านอัล-หุเซ็น ร.ฎ. ....

2. นามและบิดา นามของท่านอิมามฯและนามบิดาของท่าน ตรงกันกับนามของท่านศาสดา และนามบิดาของท่านศาสดา ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม คือ “มุหัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ”..

3. บุคลิกภาพ เป็นคนหน้าผากกว้าง จมูกโด่ง .....

4. การปรากฏกาย จะปรากฏกายขึ้นมาจากทางทิศตะวันออก (โดยมิได้ระบุว่ามาจากเมืองใด... ส่วนที่ระบุว่ามาจากเมืองคูรอซาน เป็นหะดีษเฎาะอีฟ) ......

5. ภาระหน้าที่ เพื่อมาสร้างความเป็นธรรม, ความสงบสุข, ความมั่งคั่ง, ความเป็นภราดรภาพ และสันติภาพแก่ชาวโลก, ทำหน้าที่เป็นอิมามนำท่านนบีย์อีซาและมุสลิมนมาซ... (ส่วนหะดีษที่ระบุว่า ท่านกำหรือคอนดาบมาด้วย เป็นหะดีษเฎาะอีฟ,.. เพราะถ้าถือดาบมาเพื่อสู้รบกับขีปนาวุธในยุคนั้นหรือแม้แต่ในยุคนี้ ท่านคงจะมิใช่อิมามมะฮฺดี แต่คงเป็น “อิมามเละไม่มีชิ้นดี” เสียมากกว่า) ....

6. ระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ ....7 ปีหรือ 8 ปี,.....

7. หลังจากท่านสิ้นชีวิต มีหลักฐานจากหะดีษเศาะเหี๊ยะฮฺรายงานมาว่า โลกนี้จะคืนกลับไปสู่ความวุ่นวายสับสนเหมือนเดิม จนถึงวันสิ้นโลกหรือวันอาคิเราะฮฺ ดังจะได้กล่าวต่อไป.......

หลักฐานจากหะดีษเกี่ยวกับข้อมูลข้างต้น มีดังต่อไปนี้ ......

1. หลักฐานเรื่องชาติตระกูล

1.1 ท่านอุมมุ สะละมะฮฺ ร.ฎ. ได้รายงานมาว่า ......

"سَمِعْتُ رَسُوْلَ اللَّـهِ صَلَّي اللَّـهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُوْلُ : اَلْمَهْدِىُّ مِنْ عِتْرَتِيْ مِنْ وَلَدِ فَاطِمَةَ"
ฉันเคยได้ยินท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า “มะฮฺดีนั้น มาจากเชื้อสายของฉัน, จากลูกของฟาฏิมะฮฺ (บุตรีของฉัน)” ...... (บันทึกโดย ท่านอบูดาวูด หะดีษที่ 4284, และท่านอิบนุมาญะฮฺ หะดีษที่ 4086,... สำนวนในที่นี้ เป็นสำนวนจากการบันทึกของท่านอบูดาวูด) .....

ท่านอัล-อัลบานีย์ ได้กล่าวในหนังสือ “เศาะเหี๊ยะฮฺ อัล-ญาเมี๊ยะอฺ อัศ-เศาะฆีรฺ” เล่มที่ 6 หน้า 22 หรือหะดีษที่ 6609 ว่า เป็นหะดีษเศาะเหี๊ยะฮฺ ......

1.2 ท่านอบูอิสหาก อัส-สะบีอีย์ ได้กล่าวว่า ......

قَالَ عَلِيُّ رَضِيَ اللَّـهُ عَنْهُ وَنَظَرَاِلَي ابْنِهِ الْحَسَـِن ، فَقَالَ : اِنَّ ابْنِيْ هَـذَا سَيِّدٌ كَمَاسَـمَّاهُ النَّبِيُّ صَلَّي اللَّـهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، وَسَيَخْرُجُ مِنْ صُلْبِهِ رَجُلٌ يُسَمَّي بِاسْمِ نَبِيِّكُمْ، يُشْبِهُهُ فِي الْخُلُقِ وَلاَيُشْبِهُهُ فِي الْخَلْقِ، ثُمَّ ذَكَرَاْلِقصَّـةَ، : يَمْلأُ الاََرْضَ عَدْلاً ......

ท่านอลีย์ บิน อบีย์ฏอลิบ ร.ฎ. ได้กล่าวในขณะที่ท่านมองดูบุตรชายของท่าน คือท่านอัล-หะซัน ว่า “บุตรของข้าคนนี้ คือประมุข ดังที่ท่านศาสดา ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ได้เคยกล่าวไว้, ในอนาคต ผู้สืบสายเลือดเขาคนหนึ่งจะเป็นบุรุษซึ่งนามของเขา ก็คือนามของท่านนบีย์ของพวกท่าน, เขาจะเหมือนกับท่านศาสดาในด้านบุคคลิกภาพ แต่จะไม่เหมือนในด้านรูปลักษณ์, .... แล้วท่านอลีย์ก็ได้เล่าถึงเรื่องอิมามมะฮฺดี, (โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า) เขาจะทำให้แผ่นดินนี้ เต็มไปด้วยความยุติธรรม” .. (บันทึกโดย ท่านอบูดาวูด, หะดีษที่ 4290 และท่านนุอัยม์ บิน หัมมาด ใน “อัล-ฟิตัน” ดังการอ้างอิงของท่านอัส-สะยูฏีย์ ใน “อัล-หาวีย์ฯ” เล่มที่ 2 หน้า 125) .........

ท่านอิบนุลก็อยยิม ได้กล่าวอธิบายในหนังสือ “อัล-มะนารฺ อัล-มุนีฟ” มีข้อความว่า ....“ในกรณีที่ท่านอิมามมะฮฺดีสืบเชื้อสายมาจากท่านอัล-หะซัน ร.ฎ. มีนัยอันละเอียดอ่อนแฝงอยู่, นั่นคือ ท่านอัล-หะซัน ร.ฎ. ได้ยอมสละอำนาจของท่าน(ให้แก่มุอาวิยะฮฺ) ก็เพื่อพระองค์อัลลอฮฺ ซ.บ. ดังนั้น พระองค์อัลลอฮฺจึงทรงมอบอำนาจการปกครองที่แท้จริงให้แก่ผู้สืบสายเลือดของท่าน ซึ่งเป็นผู้ที่เพียบพร้อมไปด้วยความเที่ยงธรรมที่แผ่ปกคลุมโลกนี้, สิ่งนี้ คือกฎเกณฑ์ของพระองค์อัลลอฮฺ ซ.บ.ที่มีต่อปวงบ่าวของพระองค์,... นั่นคือ ผู้ใดที่ยอมสละสิ่งใดเพื่อพระองค์แล้ว พระองค์ก็จะทรงตอบแทนแก่เขาและเชื้อสายของเขา มากกว่าสิ่งที่เขาสูญเสียไปนั้น ......

กรณีนี้ แตกต่างจากท่านอัล-หุเซ็น ร.ฎ. เนื่องจากท่านอัล-หุเซ็น เป็นผู้ทะเยอทะยานในอำนาจและทำการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนั้น(จนกระทั่งถูกสังหารสิ้นชีวิต) ท่าน(และเชื้อสายของท่าน)จึงย่อมไม่มีสิทธิ์ในอำนาจใดๆทั้งสิ้น วัลลอฮุ อะอฺลัม”
(จากหนังสือ “บัสลุ้ล มัจญฮูด ฟีย์ อิษบาติ มุชาบะฮะติรฺ รอฟิเฎาะฮฺ ลิ้ลยะฮูด” เล่มที่ 1 หน้า 252) ............

2. หลักฐานเรื่องนามของท่านอิมามฯ และนามบิดา

จากท่านอับดุลลอฮฺ บินมัสอูด ร.ฎ. ซึ่งกล่าวว่า ......

ِانَّ النَّبِيَّ صَلَّي اللَّـهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : لَوْلَمْ يَبْقَ مِنَ الدُّنْيَا اِلاَّيَوْمٌ لَطَوَّلَ اللَّـهُ ذَلِكَ الْيَوْمَ حَتََّي يَبْعَثَ رَجُلاً مِنِّيْ، يُوَاطِيءُاسْمُـُه اسْمِيْ، وَاسْـمُ اَبِيْهِ اسْـمَ اَبِيْ يَمْلأُ الاَرْضَ قِسْـطًاوَعَدْلاً كَمَامُلِئَتْ ظُلْمًا وَجَوْرًا ........

ท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “สมมุติถ้าหากโลกนี้ไม่มีเวลาเหลืออยู่นอกจากแค่วันเดียว พระองค์อัลลอฮฺ ซ.บ. ก็จะทรงยืดเวลาของวันนั้นออกไป เพื่อพระองค์จะได้แต่งตั้งบุรุษหนึ่งซึ่งมาจาก(เชื้อสายของ)ฉัน, นามของเขาตรงกับนามของฉัน และนามบิดาของเขาก็ตรงกับนามบิดาของฉัน, เขาจะทำให้แผ่นดินนี้เต็มไปด้วยความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม เหมือนอย่างที่มันเคยเต็มไปด้วยความอธรรมและความชั่วร้ายมาก่อน” (บันทึกโดย ท่านอบูดาวูด หะดีษที่ 4282, ท่านอัล-หากิม ในหนังสือ “อัล-มุสตัดร็อก” หะดีษที่ 8434 หรือเล่มที่ 4 หน้า 511, ท่านอัล-ฮัยษะมีย์ในหนังสือ “มะวาริด อัศ-ศ็อมอาน” หะดีษที่ 1878, ท่านอิบนุ อบีย์ชัยบะฮฺในหนังสือ “อัล-มุศ็อนนัฟ” เล่มที่ 8 หน้า 678, (หมายเลข 193) และท่านอบูนุอัยม์ ในหนังสือ “อัคบารฺ อัล-มะฮฺดี” ดังการอ้างอิงของท่านอัส-สะยูฏีย์ในหนังสือ “อัล-หาวีย์ ลิ้ลฟะตาวีย์” เล่มที่ 2 หน้า 133) .......

ท่านอัล-อัลบานีย์ ได้กล่าวรับรองในหนังสือ “เศาะเหี๊ยะฮฺ อัล-ญาเมียะอฺ อัศ-เศาะฆีรฺ” เล่มที่ 5 หน้า 70-71 ว่า หะดีษนี้ เศาะเหี๊ยะฮฺ ........

นอกจากนี้ หะดีษบทนี้ยังได้รับการยืนยัน (ชาฮิด) จากการรายงานของเศาะหาบะฮฺอีกท่านหนึ่ง คือท่านกุรฺเราะฮฺ อัล-มุซะนีย์ ซึ่งรายงานมาจากท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ดังบางสำนวนจากการบันทึกของท่านอัล-หาริษ บิน อุซามะฮฺ ในหนังสือ “อัล-มุสนัด” ของท่าน หะดีษที่ 788, และท่านอัล-บัซซารฺ ดังการอ้างอิงของท่านอัส-สะยูฏีย์ในหนังสือ “อัล-หาวีย์ฯ” เล่มที่ 2 หน้า 128 .........

ดังนั้น หะดีษบทนี้จึงเป็นหะดีษที่ถูกต้อง (เศาะเหี๊ยะฮฺ) โดยปราศจากข้อสงสัย และเป็นหลักฐานหักล้างความเชื่อของฝ่ายชีอะฮฺที่ว่า อิมามมะฮฺดี มีชื่อเหมือนชื่อท่านนบีย์(คือ ชื่อมุหัมมัด) แต่บิดาชื่อ อัล-หะซัน อัล-อัสกะรีย์ อิมามท่านที่ 11 ตามความเชื่อของพวกเขา ......

หมายเหตุ : ชาวชีอะฮฺ จะไม่กล้าเรียกชื่อจริงของท่านอิมามมะฮฺดี, แต่จะเรียกเพียงฉายาต่างๆของท่าน คืออัล-มะฮฺดี, หรืออัล-กออิม, หรืออัล-หุจญะฮฺ หรือบะกียะตุ้ลลอฮฺ แทน,.. ทั้งนี้ เพราะมีการ(อ้าง)รายงาน(ขู่)มาจากท่านอิมามญะฟัรฺ อัศ-ศอดิก ซึ่งกล่าวว่า “ท่านผู้รับภารกิจผู้นี้(หมายถึงอิมามมะฮฺดี) จะไม่มีผู้ใดเรียกนาม(จริง)ของท่าน นอกจากคนกาฟิรฺเท่านั้น” ....... (จากหนังสือ “อุศูล อัล-กาฟีย์” ของท่านกุลัยนีย์ เล่มที่ 1 หน้า 333) ........

ก็ไม่ทราบว่า ผู้เรียบเรียงหนังสือ “อะลี อิบนิอบีฏอลิบ มหาบุรูษของโลก” และเช็คอัต-ตีญานีย์ ผู้เขียนหนังสือ “ขออยู่กับผู้สัตย์จริง” จะเป็นกาฟิรฺหรือเปล่า ? .....

เพราะทั้ง 2 ท่านนั้น ได้ระบุนามจริงของอิมามมะฮฺดีไว้อย่างชัดเจนว่า ชื่อ “มุหัมมัด บินฮะซัน อัล-อัซกะรี”...โดยท่านแรก ได้ระบุชื่อจริงของท่านอิมามฯไว้ในหนังสือ “อะลี อิบนบีฏอลิบ” หน้า 182, และท่านหลังได้ระบุไว้ในหนังสือ “ขออยู่กับผู้สัตย์จริง” หน้า 342 ........

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านเช็คอัต-ตีญานีย์,... หลายต่อหลายครั้งที่นักเขียนผู้นี้เขียนหนังสือในลักษณะต้องการ “โจมตี” ฝ่ายสุนนะฮฺ แต่สุดท้าย การโจมตีดังกล่าวกลับ “ย้อนศร” ไปหาตัวเองทุกครั้งไป ...... อย่างในกรณีย์ชื่อของท่านอิมามมะฮฺดี และชื่อบิดาของท่านอิมามฯ ก็เหมือนกัน ....

ในหนังสือ “ขออยู่กับผู้สัตย์จริง” หน้า 339-340 ท่านผู้นี้ได้เขียนไว้ดังนี้ ..... “ข้าพเจ้าจะดำเนินการวิเคราะห์ไปตามที่เคยปฏิบัติมา คือจะไม่แสดงหลักฐานใดๆ นอกจากที่สอดคล้องตรงตามที่ยืนยันว่า ศ่อฮีฮฺจากอะฮฺลิซซุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ ดังที่มีรายงานใน “ซุนันของอบูดาวูด ดังนี้ ....”

คำว่า “สอดคล้องตรงตามที่ยืนยันว่า ศ่อฮีฮฺ” ในที่นี้ หมายถึงหะดีษที่ทั้งสองฝ่าย, คือ ทั้งฝ่ายอะฮฺลิสซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺและฝ่ายชีอะฮฺ ยืนยันว่าเป็นหะดีษเศาะเหี๊ยะฮฺ ... ซึ่งเจตนารมณ์ดังกล่าวนี้ ท่านเช็คผู้นี้ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนในหนังสือ “ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้รับทางนำ” หน้า 85 ซึ่งผมขอคัดลอกมาให้อ่านกันดังนี้ ..... “เพราะข้าฯจะทำการวิจัยงานอันยากและยาวนี้ ข้าฯจึงสัญญากับตนเองว่า จะพึ่งพาอาศัยอัลหะดีษที่ถูกต้องเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีความเห็นสอดคล้องกันในระหว่างทั้งฝ่ายซุนนะฮฺและฝ่ายชีอะฮฺ และข้าฯจะละทิ้งสิ่งที่กล่าวโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ฝ่ายเดียว” ..........

แสดงว่า ท่านเช็คอัต-ตีญานีย์ ยอมรับแล้วว่า หะดีษซึ่งรายงานโดยท่านอบูดาวูดเกี่ยวกับเรื่องอิมามมะฮฺดีที่ท่านจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นหะดีษที่ทั้งฝ่ายซุนนะฮฺและฝ่ายชีอะฮฺ รับรองตรงกันว่า เป็นหะดีษเศาะเหี๊ยะฮฺ,... มิใช่เป็นการกล่าวของฝ่ายซุนนะฮฺแต่เพียงฝ่ายเดียว ........ (แล้วท่านเช็คอัต-ตีญานีย์ก็ได้นำเสนอหะดีษบทที่ผมได้บันทึกไว้ในหน้า 18 ของหนังสือเล่มนี้ จากการบันทึกของท่านอบูดาวูดและท่านอื่นๆ,.....ซึ่งในตอนหนึ่งของหะดีษนี้ที่ท่านเช็คอัต-ตีญานีย์เอง ได้เขียนในหน้าที่ 340 บรรทัดที่ 3-4 (จากฉบับคำแปล) มีข้อความว่า ..... “ชื่อของเขา จะตรงกับชื่อของฉัน ชื่อบิดาของเขาจะตรงกับชื่อบิดาของฉัน”...

เช็คอัต-ตีญานีย์ เขียนข้อความนี้มิใช่เพราะเผลอ แต่เห็นได้ชัดว่า เป็นความจงใจ .....เพราะก่อนหน้านี้เพียง 4-5 บรรทัดในฉบับคำแปลภาษาไทย ท่านยังยืนยันด้วยว่า “จะไม่แสดงหลักฐานใดๆนอกจากที่สอดคล้องตรงที่ยืนยันว่าศ่อฮีฮฺ ….”

ดังนั้น ความเชื่อของชาวซุนนะฮฺที่ว่า ท่านอิมามมะฮฺดีมีชี่อจริงว่า “มุหัมมัด บิน อับดุลลอฮฺจึงมิใช่เป็นการ “ตะอัศศุบ” หรือฝักใฝ่อย่างมีอคติ, แต่เป็นความเชื่อตามหลักฐานที่ถูกต้องของทั้งสองฝ่าย ดังที่ท่านเช็คอัต-ตีญานีย์ได้ยืนยันไว้........ แต่ทำไม ... ท่านเช็คอัต-ตีญานีย์เอง จึง “กลับลำ” เอาดื้อๆด้วยการไปเขียนในหน้าที่ 342 ของหนังสือเล่มนั้นว่า ท่านอิมามฯ มีชื่อจริงว่า “มุฮัมมัด บิน ฮะซัน อัล-อัซกะรี (อฺ) เล่า ? ......

แล้วข้อเขียนของเช็คอัต-ตีญานีย์ในหน้าที่ 343 ต่อมาที่ว่า ..... “หลังจากที่พวกเขายอมรับเรื่องความถูกต้องของสายรายงานหะดีษนี้แล้ว พวกเขาก็ไม่มีข้อโต้แย้งกับคนอื่นที่พูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป เพราะการปฏิเสธของพวกเขา และการตีตัวออกห่างของพวกเขานั้น คือผลลัพท์ของการ “ตะอัศศุบ” (ฝักใฝ่อย่างมีอคติ)และดื้อดึง ในเมื่อพวกเขาไม่มีหลักฐานใดๆที่ยีนยันในทางตรงข้าม” ......

ท่านเช็ค อัต-ตีญานีย์ เขียนข้อความดังกล่าวนี้ เพื่อจะประนามและโจมตีใคร ? ...... เพื่อต้องการ “ตบหน้า” ตัวเองว่า “เป็นคนตะอัศศุบ คือ ฝักใฝ่อย่างมีอคติและดื้อดึง”, ... และเพื่อจะแสดงว่า ตัวเอง “เป็นกาฟิรฺ” เพราะการกล้าเอ่ยนามจริงของท่านอิมามฯ ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างรุนแรงตามความเชื่อของฝ่ายชีอะฮฺ .....มิใช่หรือ? ........

3. หลักฐานเรื่องบุคคลิกภาพ

มีรายงานจากท่านอบูสะอีด อัล-คุดรีย์ ซึ่งกล่าวว่า ......

قَالَ رَسُوْلُ اللَّـهِ صَلَّي اللَّـهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : اَلْمَهْدِىُّ مِنِّيْ اَجْـلَي الْجَبْـهَةِ، اَقْنَي اْلاَنْفِ ....

ท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า ......“มะฮฺดี มาจาก(เชื้อสายของ)ฉัน, หน้าผากของเขาจะกว้าง และจมูกจะโด่ง .......” (บันทึกโดย ท่านอบูดาวูด หะดีษที่ 4285, และท่านอัล-หากิมในหนังสือ “อัล-มุสตัดร็อก” หะดีษที่ 8670)....... ท่านอัล-อัลบานีย์ ได้รับรองในหนังสือ “มิชกาตุ้ล มะศอเบียะห์” เล่มที่ 3 หน้า 1501 ว่า ... หะดีษนี้ เป็นหะดีษหะซัน(สวยงาม) .......

4. หลักฐานเรื่องการปรากฏกาย

จากท่านอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด ร.ฎ. ซึ่งกล่าวว่า ..... ท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า “ .................... พวกเรา อะลุลบัยต์, พระองค์อัลลอฮฺ ซ.บ. ได้ทรงเลือกอาคิเราะฮฺให้แก่พวกเราเหนือกว่าโลกนี้ แท้จริง อะฮฺลุลบัยต์ของฉันจะต้องประสบหลังจากฉันในอนาคต ซึ่งการทดสอบ, การถูกคุกคาม, และการถูกขับไล่” ... แล้วท่านรอซู้ลฯศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้กล่าวต่อไปว่า ......

حَتَّي يَأْتِيَ قَوْمٌ مِنْ قِبَلِ الْمَشْرِقِ، مَعَهُمْ رَايَاتٌ سُـْودٌ، فَيَسْأَلُوْنَ الْخَيْرَ فَلاَ يُعْطَـوْنَهُ، فَيُقَاتِلُوْنَ فَينُْصَرُوْنَ،... فَيُعْطَوْنَ مَاسَأَلُوْا فَلاَ يَقْبَلُـوْنَهُ حَتَّي يَدْفَعُوْهَـااِلَي رَجُـلٍ مِنْ اَهْـِل بَيْتِيْ، فَيَمْلَؤُهَـاقِسْطًا كَمَا مَلَؤُوهَاجَـوْرًا ....

“จนกระทั่งจะมีคนกลุ่มหนึ่ง มาจากทางด้านตะวันออก, พวกเขามีธงดำมาด้วย แล้วพวกเขาก็จะถามหาความดี(คือ สัจธรรม) แต่พวกเขาไม่ได้รับความดีนั้น พวกเขาจึงต่อสู้จนได้รับชัยชนะ, พวกเขาจึงได้รับสิ่งที่พวกเขาถามหา แต่พวกเขาไม่ยอมรับมัน จนกระทั่งพวกเขาได้มอบมัน (อำนาจการปกครอง) ให้แก่ชายผู้หนึ่งจากอะฮฺลุลบัยต์ของฉัน ซึ่งเขาจะทำให้อำนาจปกครองนั้น เต็มไปด้วยความเที่ยงธรรมเหมือนที่มันเคยเต็มไปด้วยความอธรรมมาก่อน ............” (บันทึกโดยท่านอิบนุมาญะฮฺ, หะดีษที่ 4082)....

หะดีษบทนี้ สายรายงานอ่อน, ... เพราะมีสายรายงานมาดังนี้ ......

1. ยะซีด บิน อบีย์ซิยาด อัล-กูฟีย์
2. อิบรอฮีม บินยะซีด อัล-นะคออีย์
3. อัลเกาะมะฮฺ บิน ก็อยซ์
4. อับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด ร.ฎ.
5. ท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ......

บุคคลในลำดับที่ 1 คือท่านยะซีด บิน อบีย์ซิยาด ถูกวิจารณ์ว่า เฎาะอีฟ ... (หนังสือ “อัต-ตักรีบ” เล่มที่ 2 หน้า 365) .......... แต่ข้อความของหะดีษนี้ ถูกต้อง ดังคำกล่าวของท่านอัล-อัลบานีย์ในหนังสือ “อัฎ-เฎาะอีฟะฮฺ” เล่มที่ 1 หน้า 120, เพราะท่านยะซีด บิน อบีย์ซิยาด มิได้รายงานหะดีษนี้มาจากท่านอิบรอฮีมอัล-นะคออีย์เพียงผู้เดียว... ทว่า, มีผู้ที่รายงานหะดีษบทนี้สอดคล้องกันมาจากท่านอิบรอฮีมอีก 1 ท่าน คือ ท่านอัล-หะกัม, จากการบันทึกของท่านอัล-หากิม เล่มที่ 4 หน้า 511 (หะดีษที่ 8434) ....

การที่ท่านยะซีด บิน อบีย์ซิยาดและท่านอัล-หะกัม ได้รายงานหะดีษมาสอดคล้องกันและตรงกันจากท่านอิบรอฮีม อัล-นะคออีย์, แล้วสืบสายรายงานต่อไปจนถึงเศาะหาบะฮฺท่านเดียวกัน คือท่านอับดุลลอฮฺ บินมัสอูด ร.ฎ. ดังในกรณีนี้ เรียกตามศัพท์วิชาการหะดีษว่า “มุตาบะอะฮฺ” ......

นอกจากนี้ หะดีษนี้, โดยเฉพาะข้อความที่ว่า “จะมีคนกลุ่มหนึ่งมาจากทางด้านตะวันออกพร้อมกับธงดำ” ยังมี “ชาฮีด”.. คือได้รับการยืนยันมาจากหะดีษอีกบทหนึ่งซึ่งถูกรายงานมาจากเศาะหาบะฮฺอีกท่านหนึ่ง คือ จากท่านเษาบาน ร.ฎ....... ดังการบันทึกของท่านอิบนุมาญะฮฺ หะดีษที่ 4084, และท่านอัล-หากิม หะดีษที่ 8432 .......

ข้อความของหะดีษบทนี้ในส่วนที่มีการรายงานมาตรงกันทั้งหมด จึงถือว่าถูกต้อง ดังกล่าวมาแล้ว........ ส่วนบางหะดีษที่รายงานมาว่า ท่านอิมามมะฮฺดีจะปรากฏตัวมาจากเมืองคูราซาน, หรือรายงานที่ว่า ท่านจะปรากฏตัวพร้อมกำดาบมาด้วย ล้วนเป็นรายงานที่เฎาะอีฟ... ซึ่งผมจะไม่ทำการวิเคราะห์ให้เสียเวลาในที่นี้ ......

5. หลักฐานเรื่อง ภาระหน้าที่ของอิมามมะฮฺดี

นอกจากการปรากฏกายของท่าน เพื่อจะทำให้โลกนี้ เต็มไปด้วยความเที่ยงธรรมและความยุติธรรม ดังหะดีษในหัวข้อที่ 2 เรื่อง “หลักฐานเรื่องนามของท่านอิมามฯ” ที่ผ่านมาแล้ว ยังมีหะดีษที่ถูกต้องอีกหลายบทที่กล่าวถึงผลดีต่อชาวโลกต่อการปรากฏกายของท่าน ซึ่งผมจะได้นำเสนอบางบทดังนี้ ........

5.1 ท่านอบูสะอีด อัล-คุดรีย์ ร.ฎ. ได้รายงานมาว่า .....

قَالَ النَّبِيُّ صَلَّي اللَّـهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : يَكُوْنُ فِي اُمَّتِيْ الَْمَهْدِىُّ، اِنْ قُصِرَ فَسَبْعٌ، وَاِلاَّ فَتِسْعٌ، فَتَنْعَمُ فِيْهِ اُمَّتِيْ نِعْمَةً لَمْ يَنْعَمُوْامِثْلَهَا قَطُّ، تُؤْتَـي اُكُلَهَـا وَلاَ تَدَّخِـرُمِنْهُمْ شَيْئًا، وَالْمَالُ يَوْمَئِذٍ كُدُوْسٌ، فَيَقُوْمُ الرَّجُلُ فَيَقُوْلُ : ياَ مَهْدِىُّ! أَعْطِـنِيْ، فَيَقُوْلُ : خُـذْ ! .......
ท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า ..... “มะฮฺดี จะปรากฏขึ้นมาในประชาชาติของฉัน, หากมัน(การปกครองของเขา)ระยะสั้น ก็คือ 7 ปี หรือมิฉะนั้นก็แปดปี ประชาชาติของฉันในยุคของเขาจะได้รับความสุขอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน, อาหารบริโภคอุดมสมบูรณ์ จนพวกเขาไม่ต้องเก็บสะสมอะไรอีก, ทรัพย์สินต่างๆในวันนั้น มีกองพะเนิน (จนขนาดถ้า)ใครสักคนยืนขึ้นแล้วกล่าวว่า “โอ้ ท่านมะฮฺดี ! โปรดมอบทรัพย์สินให้ข้าบ้าง” ท่านก็จะกล่าวว่า “เชิญเอาไปได้เลย” ......... (บันทึกโดย ท่านอิบนุมาญะฮฺ หะดีษที่ 4083, และท่านอัล-หากิม เล่มที่ 4 หน้า 601 หรือหะดีษที่ 8675) .......

ท่านอัล-อัลบานีย์ได้กล่าวในหนังสือ “เศาะเหี๊ยะฮฺ อิบนิมาญะฮฺ” เล่มที่ 2 หน้า 389 ว่า หะดีษนี้ เป็นหะดีษที่สวยงาม(หะซัน) .....

5.2 ท่านอบูสะอีด อัล-คุดรีย์ ร.ฎ. ได้กล่าวว่า ท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิวะซัลลัม ได้เคยกล่าวว่า .....

ً يَخْرُجُ فِيْ أَخِرِاُمَّتِيْ الْمَهْدِىُّ، يُسْقِيْهِ اللّـهُ الْغَيْثَ، وَتُخْرِجُ الاَرْضُ نَبَاتَـهَا وَيُعْطَي الْمَالُ صِحَـاحاً، وَتَكْثُرُالْمَاشِـيَةُ وَتَعْظُـُم الاُمَّـةُ يَعِيْشُ سَبْعًا اَوْ ثَـمَانِيًا يَعْنِيْ حُجَجاً.....

“อัล-มะฮฺดี จะมาปรากฏตัวในยุคสุดท้ายแห่งประชาชาติของฉัน, พระองค์อัลลอฮฺจะให้ฝนหลั่งแก่เขาอย่างมากมาย, พืชพันธ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์, ทรัพย์สินจะถูกแบ่งปันอย่างยุติธรรม, ปศุสัตว์จะมีปริมาณมากมายมหาศาล, ประชาชาตินี้จะยิ่งใหญ่เกรียงไกร..... เขา(มะฮดี)จะมีชีวิต(คือ เป็นผู้ปกครอง)อยู่ 7 ปีหรือ 8 ปี (คือ 7 หรือ 8 ครั้งของการทำหัจญ์)” .......... (บันทึกโดยท่านอัล-หากิม, หะดีษที่ 8673 .... ซึ่งท่านอัล-อัลบานีย์ ได้กล่าวในหนังสือ “อัศ-เศาะหี้หะฮฺ” เล่มที่ 2 หน้า 336 อันเป็นการวิเคราะห์หะดีษที่ 711 ว่า.... สายรายงานของหะดีษบทนี้ ถูกต้อง) .......

5.3 ท่านญาบิรฺ บิน อับดุลลอฮฺ ร.ฎ. ได้รายงานมาว่า ......

سَمِعْتُ النَِبيَّ صَلَّي اللَّـهُ عَلَْيهِ وَسَلَّمَ يَقُوْلُ : لاَ تَزَالُ طَائِفَةٌ مِنْ اُمَّتِيْ يُقَاتِلُوْنَ عَلَي الْحَقِّ ظَاهِرِيْنَ اِلَي يَوْمِ اْلقِيَامَةِ، قَالَ : فَيَنْزِلُ عِيْسَـي بْنُ مَرْيَمَ صَلَّي اللَّـهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَيَقُوْلُ أَمِيْرُهُـْم : تَعَالَ! صَلِّ لَنَا، فَيَقُوْلُ : لاَ ! اِنَّ بَعْضَـكُمْ عَلَي بَعْضٍ أَُمَرَاءُ، تَكْرِمَةَ اللَّـهِ هَذِهِ الاُمَّةَ ......

ฉันได้ยินท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า ...... “ชนกลุ่มหนึ่งจากประชาชาติของฉันจะยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อสัจธรรมอย่างเปิดเผย จนถึงวันกิยามะฮฺ”.... ท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวต่อไปว่า “แล้วท่านนบีย์อีซา บุตรของมัรฺยัมก็จะลงมา.... และประมุขของชนกลุ่มนั้นจะกล่าว(แก่ท่านนบีย์อีซา)ว่า ... “ มาเถิด, มานำพวกเรา นมาซ,” ท่านนบีย์อีซาก็ตอบว่า ... ไม่หรอก, พวกท่านบางคนคือหัวหน้าของพวกท่านกันเอง...(นี่คือ) การให้เกียรติของพระองค์อัลลอฮฺต่อประชาชาตินี้” ......... (บันทึกโดย ท่านมุสลิม, หะดีษที่ 247/156)

คำว่า “ประมุขของชนกลุ่มนั้น” ในหะดีษบทนี้ นักวิชาการอธิบายว่า หมายถึงท่านอิมามมะฮฺดีนั่นเอง .. ทั้งนี้ เพราะมีหะดีษอีกบทหนึ่งยืนยัน นั่นคือ ......

5.4 ท่านอบูสะอีด อัล-คุดรีย์ ร.ฎ. ได้รายงานมาอีกว่า ......

قَالَ رَسُوْلُ اللَّـهِ صَلَّي اللَّـهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : مِنَّا الَّذِىْ يُصَلِّي عَيْسَي بْنُ مَرْيَمَ خَلْفَهُ .....

ท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า ... “ บางคนจากพวกเรา (อะฮฺลุ้ลบัยต์) เป็นผู้ซึ่งท่านนบีย์อีซา บุตรท่านมัรฺยัม จะนมาซตามหลังเขา” .... (บันทึกโดยท่านอบูนุอัยม์ใน “อัคบารฺ อัล-มะฮฺดี” ดังการอ้างอิงของท่านอัส-สะยูฏีย์ในหนังสือ “อัล-หาวีย์ฯ” เล่มที่ 2 หน้า 134) ......

แม้ว่าสายรายงานของหะดีษนี้จะมีจุดอ่อนเล็กน้อย ดังคำกล่าวของท่านอัล-มุนาวีย์ในหนังสือ “ฟัยฎุลกอดีรฺ” เล่มที่ 6 หน้า 18 แต่เนื้อหาของหะดีษนี้ ถือว่าถูกต้อง ดังการวิจารณ์ของท่านอัล-อัลบานีย์ในหนังสือ “อัศ-เศาะหี้หะฮฺ” เล่มที่ 5 หน้า 371, ทั้งนี้ เพราะมีการยืนยันจากหะดีษบทอื่นๆมากมาย ........

ท่านอบุลหะซัน มุหัมมัด บิน อัล-หุซัยน์ ได้กล่าวว่า ........

قَدْ تَوَاتَرَتِ الاَخْبَارُ وَاسْتَفَاضَتْ بِكَثْرَةِ رُوَاتِهَاعَنِ ا لْمُصْطَفَي صَلَّي اللَّـهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بِمَجِيءِ الْمَهْدِىِّ،.. وَاَنَّهُ مِنْ اَهْلِ بَيْتِـهِ، وَاَنَّهُ سَيَمْلِكُ سَبْعَ سِنِيْنَ، وَاَنَّهُ يَمْلأُ الاَرْضَ عَدْلاً، وَاَنَّهُ يَخْرُجُ مَعَ عِيْسَي عَلَيْهِ السَّلاَمُ فَيُسَاعِدُهُ عَلَي قَتْلِ الدَّجَّالِ، وَاَنَّهُ يَؤُمُّ هَـذِهِ الاُمَّةَ، وَعِيْسَي يُصَلِّي خَلْفَهُ"

“เป็นที่แน่นอนว่า เรื่องราวการมาของมะฮฺดี เป็นเรื่องที่มีการรายงานอย่างแพร่หลายและมากมายจากท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม, ในแง่ที่ว่า ท่านเป็นอะอ์ลุลบัยต์คนหนึ่ง, จะบริหารและปกครองอยู่ 7 ปี, จะทำให้โลกนี้เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม, ท่านจะมาไล่เลี่ยกับการปรากฏกายท่านนบีย์อีซา อะลัยฮิส สลาม, และจะช่วยเหลือท่านในการสังหารดัจญาล, จะเป็นผู้นำ(นมาซ)ต่อประชาชาตินี้, และท่านนบีย์อีซาก็จะนมาซตามหลังท่าน ......” (จากหนังสือ “อัล-หาวีย์ ลิ้ลฟะตาวีย์” ของท่านอัส-สะยูฏีย์ เล่มที่ 2 หน้า 155-156)

6. หลักฐานเรื่องระยะเวลาการปฏิบัติภารกิจของท่านมะฮฺดี

การปฏิบัติภารกิจเพื่อผดุงความสงบสุขและสันติภาพแก่ชาวโลกของท่านมะฮฺดี จะใช้ระยะเวลาประมาณ 7 ปี (หรืออย่างช้าก็ไม่เกิน 9 ปี) ปี ดังหลักฐานจากหะดีษเศาะเหี๊ยะฮฺหลายบทที่ผ่านมาแล้ว จึงไม่ขออธิบายซ้ำอีก ณ ที่นี้ .....

7. หลักฐานเรื่อง เหตุการณ์หลังจากการสิ้นชีวิตของท่านมะฮฺดี

หลังจากการสิ้นชีพของท่านมะฮฺดี มีหลักฐานจากหะดีษบางบทรายงานมาว่าโลกจะกลับคืนสู่ภาวะยุ่งเหยิงอีกครั้ง และจะทวีความร้ายแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม จนถึงวันสิ้นโลก (วันอาคิเราะฮฺ) .......... ท่านอบูสะอีด อัล-คุดรีย์ ร.ฎ. กล่าวว่า... ท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า .....

(( اُبَشِّرُكُمْ بِالْمِهْدِىِّ، يُبْعَثُ عَلَي اخْتِلاَفٍ مِنَ النَّاسِ وَزَلاَزِلَ، فَيَمْلا ُالاَرْضَ قِسْطًا وَعَدْلاً كَمَامُلِئَتْ جَوْرًاوَظُلْمًا، يَرْضَى عَنْهُ سَاكِنُ السَّمَاءِ وَسَاكِنُ الاَرْضِ يُقَسِّمُ الْمَالَ صِحَاحًا .......... فَيَكُوْنُ كَذَلِكَ سَبْعَ سِنِيْنَ، اَوْ ثَمَانِ سِنِيْنَ، اَوْتِسْعَ سِنِيْنَ ........ ثُمَّ لاَ خَيْرَفِي الْعِيْشِ بَعْدَهُ، ( اَوْقَالَ : ثُمَّ لاَ خَيْرَفِي الحْيَاَةِ بَعْدَهُ )) ..........

ฉันขอแจ้งข่าวดีแก่พวกท่านเรื่องมะฮฺดี, เขาจะถูกบังเกิดมาในท่ามกลางความขัดแย้งและความระส่ำระสายของมนุษยชาติ แล้วเขาก็จะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความเที่ยงธรรมและความยุติธรรม เหมือนอย่างที่มันเคยเต็มไปด้วยความเลวร้ายและอธรรมมาก่อน, ทั้งผู้ที่อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดินจะปลาบปลื้มยินดี, เขาจะบริหารทรัพย์สินอย่างยุติธรรม ........ สภาพนี้จะดำรงอยู่ 7 ปี หรือ 8 ปี หรือ 9 ปีต่อมา ก็จะไม่มีความดีใดๆในการดำรงชีวิตหลังจากนั้น (หรือท่านกล่าวว่า .. ต่อมา ก็ไม่มีความดีใดๆในการมีชีวิตหลังจากนั้นอีก) ........ (บันทึกโดย ท่านอะห์มัดใน “อัล-มุสนัด” เล่มที่ 3 หน้า 37, 52) .........

ข้อความที่ว่า .. “ต่อมา ก็ไม่มีความดีใดๆในการมีชีวิตหลังจากนั้น” นักวิชาการอธิบายว่า หมายถึงหลังจากการสิ้นชีพของท่านมะฮฺดีแล้ว โลกนี้ก็จะปรากฏความเลวร้ายและความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจนถึงวันสิ้นโลก ...........

แม้ว่า สายรายงานของหะดีษบทนี้จะบกพร่อง เพราะผู้รายงานท่านหนึ่งคือ “อัล-อฺลาอ์ บิน บะชีรฺ” ถูกท่านอลีย์ บินอัล-มะดีนีย์วิจารณ์ว่า “มัจญฮูล” คือไม่เป็นที่รู้จักและไม่มีผู้ใดทราบประวัติ, (ดูหนังสือ “มีซาน อัล-เอี๊ยะอฺติดาล” เล่มที่ 3 หน้า 97 .......

แต่ข้อความของหะดีษนี้ที่ว่า ... ต่อมา ก็ไม่มีความดีใดๆในการมีชีวิตหลังจากนั้น ... ถือว่าเป็นข้อความที่ถูกต้อง, ทั้งนี้ เพราะได้รับการยืนยันจากหะดีษบทอื่นๆที่กล่าวถึงสัญญาณก่อนวันสิ้นโลกว่า จะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายอย่างรุนแรงขึ้นในลักษณะดังกล่าวจริงๆ ........

ท่านอับดุลลอฮฺ บิน อัมรฺ บินอัล-อาศ ร.ฎ. ได้กล่าวว่า .......

(( لاَ تَقُوْمُ السَّاعَةُ اِلاَّ عَلَى شِرَارِالْخَلْقِ، هُمْ شَرٌّ مِنْ اَهْلِ الْجَاهِلِيَّةِ، لاَ يَدْعُوْنَ اللَّـهَ بِشَىْءٍ اِلاَّ رَدَّهُ عَلَيْهِ )) .......

“วันสิ้นโลกจะยังไม่ถึง เว้นแต่มันจะประสบต่อมนุษยชาติที่เลวทรามเท่านั้น, พวกเขาเป็นผู้ซึ่งชั่วช้าเลวทรามยิ่งกว่าพวกญาฮิลียะฮฺ(ยุคก่อนอิสลาม)เสียอีก....... ไม่ว่าพวกเขาจะวิงวอนขอสิ่งใดพระองค์อัลลอฮฺ ซ.บ. ก็จะทรงตีกลับ(คือ ไม่รับ) ทั้งสิ้น” ........ (บันทึกโดย ท่านมุสลิม หะดีษที่ 176/1924, และท่านอัล-หากิม หะดีษที่ 8409).......

หะดีษบทนี้, โดยเฉพาะข้อความที่ว่า “วันสิ้นโลกจะยังไม่ถึง เว้นแต่จะประสบต่อมนุษยชาติที่เลวทรามเท่านั้น” ยังมี “ชาฮิด” คือ ได้รับการยืนยันจากการรายงานมาจากเศาะหาบะฮฺท่านอื่นอีกหลายท่าน.., คือท่านอิบนุ มัสอูด ร.ฎ. จากการบันทึกของท่านอะห์มัดใน “อัล-มุสนัด” เล่มที่ 3 หน้า 394 หรือหะดีษที่ 3735, ,.... จากท่านอบีย์อุมามะฮฺ ร.ฎ. จากการบันทึกของท่านอัล-หากิมในหนังสือ “อัล-มุสตัดร็อก” เล่มที่ 4 หน้า 486-487 หรือหะดีษที่ 8359....... และจากท่านอนัส บิน มาลิก ร.ฎ. จากการบันทึกของท่านอัล-หากิม เล่มที่ 4 หน้า 488-489 หรือหะดีษที่ 8364 และท่านอิบนุมาญะฮฺ หะดีษที่ 4039 ......

หะดีษต่างๆเหล่านี้เป็นหลักฐานว่า หลังจากท่านมะฮฺดีสิ้นชีพแล้ว โลกนี้ก็จะหวนคืนกลับสู่ยุคมืดอันเลวร้ายอีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้ สภาพการณ์จะย่ำแย่ยิ่งกว่าเก่าจนวันอาคิเราะฮฺหรือวันสิ้นโลกมาถึง ในขณะที่ชาวโลกกำลังอยู่ในภาวะเสื่อมทรามด้านศีลธรรมถึงขีดสุด......
สรุปแล้ว ท่านมะฮฺดีในทัศนะของชาวอะฮฺลิสซุนนะฮฺ ก็คือ ตอนนี้ท่านยังไม่เกิด,.. และมิใช่เป็น“ผู้วิเศษ” เหมือนความเข้าใจของฝ่ายชีอะฮฺ, แต่สถานภาพของท่าน คือเคาะลีฟะฮฺผู้เที่ยงธรรมระดับ“พิเศษ”ท่านหนึ่งของอิสลามเพราะสืบเชื้อสายมาจากท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ ร.ฎ..... โดยท่านจะถือกำเนิดอย่างมนุษย์ธรรมดา... และดำรงชีพเยี่ยงปุถุชนทั่วๆไปจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของท่าน......

พระองค์อัลลอฮฺ ซ.บ. ส่งท่านมา..... เพื่อฟื้นฟูศีลธรรม, คุณธรรม, และเพื่อความสงบศานติสุขของชาวโลก ร่วมกับท่านนบีย์อีซา อะลัยฮิส สลาม ในระยะเวลาอันสั้น คือ 7 ปี ทั้งนี้ เพื่อส่งสัญญาณ
เตือนชาวโลกว่า อีกไม่ช้าวันสิ้นโลกก็จะมาเยือน ...... เพราะท่านมะฮฺดีและท่านนบีย์อีซา ก็คือสัญญาณหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของวันกิยามะฮฺ !

อีกนัยหนึ่ง ท่านมะฮฺดีก็น่าจะเป็น “มุญัดดิด” คือ ผู้ปฏิรูปและฟื้นฟูศาสนาอิสลามท่านสุดท้ายที่ถูกส่งมา, เหมือนมุญัดดิดท่านอื่นๆที่ถูกส่งมาก่อนหน้านั้น.... ดังหะดีษซึ่งท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ ร.ฎ. ได้รายงานมาจากท่านรอซู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมว่า...

اِنَّ اللَّـهَ يَبْعَثُ لِهَـذِهِ اْلاُمَّةِ عَلَى رَأْسِ كُلِّ مِائَةِ سَنَةٍ مَنْ يُجَـدِّدُ لَهَا دِيْنَهَا .....

“แท้จริง พระองค์อัลลอฮฺ ซ.บ. จะทรงส่งมาให้แก่ประชาชาตินี้ในทุกๆตอนต้นศตวรรษ.. ผู้ซึ่งจะมาปฏิรูปฟื้นฟูศาสนาของพวกเขา เพื่อพวกเขา” ........... (บันทึกโดย ท่านอบูดาวูด หะดีษที่ 4291, และท่านอัล-หากิม หะดีษที่ 8592 ).....

ท่านอัส-สะยูฏีย์ ได้กล่าวรับรองในหนังสือ “อัล-ญาเมี๊ยะอฺ อัศ-เศาะฆีรฺ” ตอนท้ายของหะดีษนี้ซึ่งเป็นหะดีษที่ 1845, และท่านอัล-อัลบานีย์ ได้กล่าวในหนังสือ “อัศ-เศาะหี้หะฮฺ” เล่มที่ 2 หน้า 151 ว่า สายรายงานของหะดีษนี้ ถูกต้อง ........... แต่ท่านมะฮฺดีจะแตกต่างกับมุญัดดิดท่านอื่นๆในอดีตซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงนักการศาสนาอย่างเดียว, ทว่า,..ท่านมะฮฺดีจะเป็นทั้งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนา, เป็นทั้งนักรบผู้เก่งกล้า, เป็นทั้งนักเศรษฐศาสตร์, นักรัฐศาสตร์, นักบริหาร, นักวิเคราะห์ นักจิตวิทยา และอื่นๆชั้นยอด.... ชนิดที่โลกนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน อย่างที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น .........

แต่สำหรับชีอะฮฺแล้ว ท่านอิมามมะฮฺดีคือ “ผู้วิเศษ”,... เพราะพวกเขาศรัทธาเชื่อมั่นอย่างแน่นแฟ้นในอภินิหารย์และความมหัศจรรย์แห่งการกำเนิดที่แตกต่างจากมนุษยชาติมวลของท่านแม้กระทั่งท่านนบีย์ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเอง,.. เชื่อมั่นในปาฏิหาริย์แห่งการเร้นกายของท่านในปัจจุบัน,.. และเชื่อมั่นในภาระหน้าที่อันพิสดารตอนปรากฏกายขึ้นมาอีกครั้งของท่านในอนาคต,... ซึ่งทุกอย่างเป็นอภินิหารย์ไปหมด ดังที่ท่านผู้อ่านจะได้เห็นต่อไป........ อินชาอัลลอฮฺ



( คลิกเพื่ออ่านต่อ อิมามมะฮฺดี......... เร้นกายหรือยังไม่เกิด ตอนที่ 4 )

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา