เมนูของเรา

อิบนฺ สะบาอฺ : อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺในหนังสือของชีอะฮฺ

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 7/6/2007 15:01:42 (5135 ครั้งที่อ่าน)
อิบนฺ สะบาอฺ

แปลและเรียบเรียงโดย อับดุลมาลิก สงวนธรรม

ในบรรดาหนังสือสำคัญๆ ของชีอะฮฺ มีหลายเล่มที่เขียนเกี่ยวกับอับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเอาไว้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน ดังตัวอย่างต่อไปนี้ :

อัล-กุลัยนีย์ ปราชญ์ชีอะฮฺผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่ง ได้กล่าวไว้ในหนังสือ "อัล-กาฟีย์" เล่ม 7 หน้า 257 ว่า "มีคนบางคนมาหาท่านอะมีรุ้ล มุอฺมินีน แล้วกล่าวว่า "ขอความสันติจงมีแด่ท่าน พระผู้เป็นเจ้าของเรา" ท่านจึงสั่งให้พวกเขาเตาบะฮฺ(สำนึกผิดและขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ ศุบหฯ) แต่พวกเขาปฏิเสธ ดังนั้นท่านจึงขุดหลุมขึ้นมาแล้วสุมไฟขึ้น จากนั้นจึงโยนพวกเขาลงไปในหลุมไฟ"

อนึ่งอัล-กาฟีย์นี้เป็นหนังสือที่แต่งโดยอัล-กุลัยนีย์ นับเป็นหนังสืออ้างอิงที่สำคัญที่สุดของชาวชีอะฮฺ อิมาม อัล-มุนตะซอรฺหรืออิมามมะฮฺดีของชาวชีอะฮฺได้กล่าวยกย่องหนังสือเล่มนี้ว่า “อัล-กาฟีย์นี้เพียงพอแล้วสำหรับพลพรรค(ชีอะฮฺ)ของเรา"

อบูมุฮัมมัด อัล-หะซัน อิบนฺ มูซา อัล-เนาบัคตีย์ ซึ่งถือกันว่าเป็นปราชญ์ชีอะฮฺที่สำคัญคนหนึ่งในศตวรรษที่สาม ได้กล่าวถึงอับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺไว้ในหนังสือของท่านชื่อ “ฟิรอก อัล-ชีอะฮฺ" ความตอนหนึ่งท่านกล่าวว่า :

"อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ให้ร้ายอบูบักร, อุมัร, อุษมาน และเศาะหาบะฮฺคนอื่นๆ และยังปฏิเสธความสัมพันธ์กับบุคคลเหล่านั้น เขาอ้างว่าท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม นั่นแหละที่ใช้ให้เขาทำเช่นนั้น ท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม จับกุมเขา และขอให้เขาอธิบายพฤติกรรมของเขา เขายอมรับความผิด ท่านอะลีมีคำสั่งให้ประหารเขาเสีย ประชาชนพากันร่ำร้องว่า “โอ้ท่านอมีรุ้ลมุอฺมินีน! ท่านจะเด็ดชีพของบุรุษที่เชิญชวน(ผู้คนทั้งหลาย)ให้รักท่านและอะหฺลุลบัยตฺ และเรียกร้อง(ประชาชน)ไปสู่วิลายะฮฺของท่าน แถมยังตัดความสัมพันธ์กับเหล่าศัตรูของท่านได้อย่างไร" ดังนั้นเขา(ท่านอะลี)จึงเนรเทศเขา(อิบนฺ สะบาอฺ)ไปยังเมืองมะดาอิน(หรือเมืองเซสิโฟน - เมืองหลงของจักรวรรดิ์เปอร์เซียในครั้งกระนั้น) ผู้ทรงความรู้บางคนจากกลุ่มผู้ติดตามท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม กล่าวว่า อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเป็นชาวยะฮูดีที่มาเข้ารับอิสลามและเกาะติดท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม เมื่อครั้งที่ยังนับถือศาสนายูดาย เขาเคยอ้างว่า ยูชะอฺ(โยชัว) บิน นูน เป็นวะซีย์(ผู้สืบทอดอำนาจ)ของท่านนบีมูซา ภายหลังเมื่อเขาได้เข้ารับอิสลามแล้ว หลังจากท่านนบี ศ็อลฯ วายชนม์ไปแล้ว เขาถือว่าท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม มีฐานะเช่นเดียวกับยูชะอฺ อิบนฺ สะบาอฺเป็นคนแรกที่ประกาศอิมามะฮฺของท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม เขาตัดความสัมพันธ์กับศัตรูของท่าน และประกาศว่าคนเหล่านั้นเป็นฝ่ายปรปักษ์ของเขา เพราะเหตุนี้ บรรดาผู้ที่ต่อต้านชีอะฮฺจึงกล่าวว่า ชีอะฮฺและและรอฟิเฎาะฮฺมีกำเนิดมาจากศาสนายูดาย"

"ขณะที่อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺอยู่ที่เมืองมะดาอิน ข่าวมรณกรรมของท่านอะลีมาถึงหูของเขา เขาพูดกับผู้ป่าวประกาศข่าวดังกล่าวว่า "ท่านโกหก ถ้าท่านนำศีรษะของเขาใส่ถุงมาถึง 70 ใบ และนำคน 70 คนมาเป็นพยานยืนยันมรณกรรมของเขา เรายังคงจะยืนยันว่า เขายังไม่ตาย เขาไม่ได้ถูกสังหาร และเขาจะยังไม่ตายจนกว่าจะได้ปกครองทั่วหน้าพิภพนี้" (กรุณาดูอัล-เนาบัคตีย์, ฟิรอก อัล-ชีอะฮฺ, พิมพ์โดยฮัยดารียะฮฺ เพรส, นะญัฟ ฮ.ศ. 1379/1959, หน้า 43, 44)

หนังสือ "ริญาล อัล-กัชชีย์" ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดในบรรดาผลงานประพันธ์ของชนชีอะฮฺ เขียนโดยอบูอัมรฺ บิน อับดุล อะซีซ อัล-กัชชีย์ มีข้อความพาดพิงถึงอิบนฺ สะบาอฺว่า “บางคนที่ทรงความรู้กล่าวว่า อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเป็นชาวยะฮูดี เขาเคยมีความคิดสุดโต่งในการเรียกยูชะอฺ(โยชัว) บิน นูนว่าเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้ง(ให้สืบทอดอำนาจ)ของท่านนบีมูซา ภายหลังได้เข้ารับอิสลาม หลังจากการวายชนม์ของท่านนบี ศ็อลฯ เขาก็พูดเช่นนั้นกับท่านอะลี เขาเป็นคนแรกที่ประกาศอิมามะฮฺของท่านอะลี ปฏิเสธและตัดความสัมพันธ์กับศัตรูของท่าน ประกาศว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นปรปักษ์ของเขาด้วย และยังเรียกพวกเขาว่ากาฟิรฺ เพราะเหตุนี้ บรรดาผู้ที่ต่อต้านชีอะฮฺมักจจะกล่าวว่า ชีอะฮฺและรอฟิเฎาะฮฺกำเนิดมาจากลัทธิยูดาย" (กรุณาดู อบู อัมรฺ บิน อับดุล อะซิซ อัล-กัชชีย์, ริญาล อัล-กัชชีย์, หน้า 101 และอัล-มะมากอนีย์, ตันกีฮฺ อัล-มะกอล, หน้า 184 ปรากฏรายงานในลักษณะเช่นเดียวกันนี้)

ถ้าอุละมาอฺชีอะฮฺเหล่านี้รายงานเท็จเกี่ยวกับการมีตัวมีตนของอิบนฺ สะบาอฺ เช่นนั้นก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะพูดจาโกหกในเรื่องอื่นๆ ด้วยเช่นกันอย่างเช่น เหตุการณ์ซิฟฟีน การฆาตกรรมท่านหุเซน รอฎิฯ หรือแม้กระทั่งคำสอนอื่นๆ ของชีอะฮฺซึ่งมีความสำคัญยิ่งกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าเรื่องอิบนฺ สะบาอฺไม่จริง เหตุการณ์อื่นๆ และรายงานหะดีษต่างๆ ที่บุคคลเหล่านั้นบันทึกเอาไว้จะถือว่าเชื่อถือไม่ได้เช่นกัน

ถ้าสมมุติว่าบุคคลที่มีนามข้างต้นเป็นคนโกหก หนังสือตำราของพวกเขาย่อมจะมีข้อผิดพลาดด้วยเช่นกัน ดังนั้น หลักฐานของพวกเขาจะนำมาใช้เป็นข้อพิสูจน์หรือเป็นข้อผูกมัดไม่ได้ เมื่อเป็นอย่างนี้ เราขอเชิญชวนให้ท่านพิจารณาพยานหลักฐานจากบุคคลที่อ้างว่าเป็น “มะอฺศูม" หรือผู้ไร้บาปและยังเป็น "ผู้ช่วยของอัลลอฮฺ" ที่คำพูดของพวกเขามีความศักดิ์สิทธิ์พอกับพระดำรัสของอัลลอฮฺ สุบหฯ เลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น :

มุฮัมมัด บิน กุลาวัยฮฺเล่าให้ฉันฟัง สะอฺด์ บิน อับดุลลอฮฺเล่าให้ฉันฟังความว่า ยะอฺกูบ บิน ยะซีดและมุฮัมมัด บิน อีซาได้เล่าให้เราฟัง จากอะลี บิน มะฮฺซิยารฺ จากฟะดะเลาะฮฺ บิน อัยยูบ อัล-อัซดีย์ จากอับบัน บิน อุษมานกล่าวว่า เขาได้ยินอบู อับดุลลอฮฺ อะลัยฮิสสะลาม พูดว่า

"ขออัลลอฮฺสาปแช่งอับดุลลอฮฺ บิน สะบาอฺ เขาอ้างว่าท่านอะมีรุ้ลมุอฺมินีน อะลัยฮิสสะลาม(ท่านอะลี)เป็นพระเจ้า ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ท่านอะมีรุ้ลมุอฺมินีน อะลัยฮิสสะลาม เป็นบ่าวทาสของอัลลอฮ ขอความวิบัติจงมีแก่ผู้ที่โกหกเกี่ยวกับเรา เพราะมีคนเที่ยวพูดเกี่ยวกับเราในสิ่งที่เราเองไม่ได้พูดถึงตัวเรา(อย่างนั้น) เราขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงปลดเปลื้องเราให้พ้นจากพวกเขา เราขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงปลดเปลื้องเราให้พ้นจากพวกเขา"

เล่าจากยะอฺกูบ บิน ยะซีด จากอิบนฺ อบี อุมัยรฺและอะหฺมัด บิน มุฮัมมัด บิน อีซา จากบิดาของเขาและอัล-หุเซน บิน สะอีด จากหิชาม บิน ซาลิม จากอบู ฮัมซะ อัล-ษุมะลีย์ กล่าวว่า ท่านอะลี บิน อัล-หุเซน อะลัยฮิสสะลาม พูดว่า :

"ขอการสาปแช่งของอัลลอฮฺจงประสบแก่ผู้ที่โกหกเกี่ยวกับเรา คราใดที่ฉันเอ่ยถึงอับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺ ขนตามร่างกายของฉันจะลุกชันขึ้นทุกครั้งไป ขออัลลอฮฺทรงสาปแช่งเขา ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม เป็นบ่าวที่เหมาะสมของอัลลอฮฺ เป็นน้องชายของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลฯ ท่านไม่ได้รับเกียรติจากอัลลอฮฺ นอกเสียจากท่านจะเคารพเชื่อฟังอัลลอฮฺและรสูลของพระองค์ และ(ในทำนองเดียวกัน)ท่านรสูลุลลอฮฺเองก็ไม่ได้รับเกียรติจากอัลลอฮฺ นอกเสียจากท่านจะเคารพเชื่อฟังอัลลอฮฺ"

เล่าจากมุฮัมมัด บิน คอลิด อัต-ตะยะลิซีย์ จากอิบนฺ อบี นัจญ์รอน จากอับดุลลอฮฺ บิน สินาน กล่าวว่า ท่านอบู อับดุลลอฮฺ อะลัยฮิสสะลาม พูดว่า :

"เราคือครอบครัวแห่งความสัตย์จริง แต่เราก็ยังไม่ปลอดภัยจากคนโกหกที่ปั้นเรื่องมดเท็จเกี่ยวกับเราต่อหน้าฝูงชน หวังจะใช้คำเท็จของเขาทำลายสัจธรรมของเรา ท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลฯ เป็นผู้ที่สัตย์จริงที่สุดในหมู่ผู้คนทั้งหลายสำหรับสิ่งที่ท่านพูดออกไป และยังนับเป็นผู้ที่สัตย์จริงที่สุดในหมู่มนุษยชาติทั้งมวล กระนั้น มุซัยลิมะฮฺยังปั้นเรื่องเท็จเกี่ยวกับท่าน ส่วนท่านอะมีรุ้ลมุอฺมินีน อะลัยฮิสสะลาม ถือเป็นผู้สัตย์จริงที่สุดในหมู่มัฆลูก(สิ่งถูกสร้าง)ของอัลลอฮฺ รองจากท่านรสูลุลลอฮฺ และคนหนึ่งที่เคยปั้นเรื่องโกหกเกี่ยวกับตัวท่าน พยายามที่จะทำลายความสัตย์จริงของท่าน และอ้างเรื่องมดเท็จเกี่ยวกับอัลลอฮฺ ได้แก่อับดุลลอฮฺ บิน สะบาอฺนั่นเอง" (อบู อัมรฺ บิน อับดุล อะซิซ อัล-กัชชีย์, ริญาล อัล-กัชชีย์, หน้า 100, 101)

จากที่กล่าวมา ท่านยังต้องการหลักฐานจากชีอะฮฺอีกหรือไม่? เราขอเสนอหลักฐานจากปราชญ์ชีอะฮฺอีกท่านหนึ่ง อัล-หะซัน บิน อะลี อัล-ฮิลลีย์ ซึ่งเป็นผู้บันทึกประวัติบุคคลของชีอะฮฺที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ท่านเขียนเกี่ยวกับอิบนฺ สะบาอฺ เอาไว้ดังนี้ :

"อับดุลลอฮฺ บิน สะบาอฺได้กลายสภาพเป็นผู้ไร้ศรัทธา และสำแดงความสุดโต่ง(ทางความเชื่อ)ให้ปรากฏ เขาอ้างตัวเป็นนบี และว่าท่านอะลี อะลัยฮิสสะลามเป็นอัลลอฮฺ(ในสภาพเนื้อหนัง) ท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม เฝ้าขอร้องให้เขาเตาบะฮฺอยู่นาน 3 วัน แต่ท่านก็ทำไม่สำเร็จ ดังนั้นท่านจึงเผาเขา(ทั้งเป็น)พร้อมกับชายอีก 70 คนที่พูดว่าท่านเป็นพระเจ้า" (อัล-ฮิลลีย์, กิตาบ อัรฺ-ริญาล, หน้า 469, พิมพ์ในเตหะราน, อิหร่าน 1383 อ้างอิงอยู่ในหนังสืออัช-ชีอะฮฺ วัต-ตะชัยยุอฺ, หน้า 56)

ไม่เพียงเท่านี้ เราขอเสนอพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีก ได้แก่ท่านอัล-อัสตารฺ อะบาดีย์ ผู้บันทึกประวัติบุคคลของชีอะฮฺอีกท่านหนึ่ง ขอเชิญพิจารณาพยานหลักฐานของท่านได้ดังนี้ :

"อับดุลลอฮฺ บิน สะบาอฺอ้างตัวเป็นนบี และยังว่าท่านอะลี อะลัยฮิสสะลาม เป็นอัลลอฮฺ ผู้ทรงสูงส่งยิ่ง เมื่อได้ยินเรื่องเช่นนี้ ท่านอะมีรุ้ลมุอฺมินีนได้เรียกเขามาพบ และได้สอบถามเรื่องดังกล่าวจากเขา เมื่อเขายอมรับ ท่านกล่าวกับเขาว่าจงหยุดพูดอย่างนั้นและจงเตาบะฮฺ ขอให้มารดาของเจ้าสูญเสียเจ้า อย่างไรก็ตาม(อิบนฺ สะบาอฺ)ปฏิเสธ และ(ท่านอะลี)ได้รั้งตัวเขาไว้ 3 วัน แต่เขายังคงไม่ยอมเตาบะฮฺ ดังนั้นท่านจึงเผาเขา(ทั้งเป็น)" (อัล-อัสตารฺ อะบาดีย์, มันฮาจญ์ อัล-มะกอล, หน้า 203 อ้างอิงอยู่ในหนังสืออัช-ชีอะฮฺ วัต-ตะชัยยุอฺ, หน้า 56)

เรายังมีพยานหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งเราอยากจะนำคำพูดของเขามาเสนอ ท่านผู้นี้เป็นนักประวัติศาสตร์เปอร์เซีย ท่านยืนยันและเขียนเอาไว้ในหนังสือ "เฎาะรีค ชีอะฮฺ" ปรากฏความดังนี้ :

"เมื่ออับดุลลอฮฺ บิน สะบาอฺทราบว่าฝ่ายต่อต้านอุษมานในอียิปต์เข้มแข็งขึ้น เขาจึงไปที่นั่นและแสร้งทำเป็นผู้ทรงความรู้และทรงคุณธรรม จนกระทั่งประชาชนไว้วางใจเขา หลังจากสร้างตัวเองจนมั่นคงแล้ว เขาจึงเริ่มเผยแพร่ความคิดและทฤษฎีของตนเองออกไป นั่นก็คือว่า ท่านนบีแต่ละท่านล้วนมีผู้สืบทอดที่ได้รับการแต่งตั้งคนหนึ่ง และผู้ได้รับการแต่งตั้ง(วะซีย์)ของท่านรสูลุลลอฮฺ และผู้สืบทอด(อำนาจการปกครอง)ของท่านไม่ใช่ใครนอกจากท่านอะลี ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการประทานความรู้และฟัตวา ประกอบไปด้วยความเมตตากรุณาและความอาจหาญ ความซื่อสัตย์และความเที่ยงธรรมของท่านยังเป็นที่รู้จักกัน(เป็นอย่างดี) เขายังกล่าวอีกว่า อุมมะฮฺได้กระทำผิดต่อท่านอะลี ปล้นสดมภ์สิทธิ์ของท่าน สิทธิของเคาะลีฟะฮฺและวิลายะฮฺ มันเป็นหน้าที่ของพวกท่านทุกคนที่จะต้องช่วยเหลือและสนับสนุนท่าน เขา(อิบนฺ สะบาอฺ)เลิกเคารพเชื่อฟัง และหมดความสวามิภักดิ์ในตัวอุษมาน(เสียแล้ว) คำพูดและการกระทำของเขาเป็นที่ประทับใจชาวอียิปต์จำนวนมาก และคนเหล่านั้นได้ก่อการกบฏต่ออุษมาน" (เฏาะรีก ชีอะฮฺ : เราดัต อัศ-ศอฟา, เล่ม 2, หน้า 292, พิมพ์ในเตหะราน อ้างอิงอยู่ในหนังสืออัช-ชีอะฮฺ วัต-ตะชัยยุอฺ, หน้า 56)

รายงานต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความจริงต่อไปนี้คือ :

1. อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเป็นยะฮูดี

2. เขาเป็นผู้ประดิษฐ์คำว่า ผู้รับมรดกการปกครอง หรือ อัล-อิมามะฮฺให้กับท่านอะลี รอฎิฯ

3. อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเป็นคนแรกที่ใส่ร้ายป้ายสีเศาะฮาบะฮฺของท่านรสูล ศ็อลฯ เขายังประณามและกล่าวหาว่าท่านเหล่านั้นเป็นมุรฺตัด เป็นกาฟิรฺออกนอกศาสนาอิสลาม

เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่ใช่บุคคลในตำนานดังคำกล่าวอ้างของนักเขียนร่วมสมัยบางคน แต่เขาคือบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ดังที่นักเขียนชีอะฮฺส่วนใหญ่รายงานเรื่องดังกล่าวไว้

เขาเป็นผู้สร้างทฤษฎีที่อธิบายว่า ท่านอะลีมีภาวะเป็นพระเจ้าและท่านจะกลับมายังโลกอีกครั้งหนึ่ง เขาเป็นคนแรกที่กล่าวว่า เคาะลีฟะฮฺสามท่านแรกเป็นผู้แย่งชิงตำแหน่งเคาะลีฟะฮฺไปจากท่านอะลี รอฎิฯ อย่างไม่ยุติธรรม เขาเป็นผู้ที่เสแสร้งเข้ารับอิสลามและประสงค์ร้ายต่ออิสลามและมุสลิม เริ่มต้นด้วยการยุยงให้ผู้คนก่อการกบฏต่อเคาะลีฟะฮฺอุษมาน รอฎิฯ

Source :

1. หนังสือของ Dr.Mohammad Yousof Al-Nagrami, Al Shi'aa on The Scale, translated by Ahmad Ibrahim Al Shareef, 1989, printed by unknown publisher, pp. 48-64

2. เว็บไซต์ www.ansar.org

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา