เมนูของเรา

อิบนฺ สะบาอฺ : อิบนฺ สะบาอฺเป็นนิทานหรือเป็นเรื่องจริง

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 7/6/2007 14:54:28 (3923 ครั้งที่อ่าน)
อิบนฺ สะบาอฺ

แปลและเรียบเรียงโดย อับดุลมาลิก สงวนธรรม

ก่อนที่จะศึกษาบทบาทและแนวความคิดของอับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺ อัล-ซุฟฟานี หรืออีกนามหนึ่งคือ อิบนฺ เซาดะฮฺ เราควรจะมาพูดถึงความมีตัวตนอยู่จริงของเขาก่อนจะดีกว่า ปวงนักปราชญ์ให้ความสำคัญกับเขาในระดับสูงทีเดียว บางท่านกล่าวโทษเขาว่า เขาต้องรับผิดชอบต่อลัทธิแปลกปลอมที่เกิดขึ้น นักปราชญ์บางท่านสงสัยในความมีตัวตนอยู่จริงของเขา โดยกล่าวว่าเขาไม่มีตัวตน เป็นเพียงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นมาตามตำนานเท่านั้น

ท่านศาสตราจารย์อะหฺมัด ชาลาบีกล่าวไว้ในหนังสือของท่านว่า ท่านได้อ่านหนังสือชื่อ “อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺ" ของศาสตราจารย์มุรฺตะฎอ อัล-อัสการีย์ คณบดีของคณะศึกษาจุดกำเนิดของศาสนาในอิรัก ซึ่งในหนังสือเล่มนั้นผู้ประพันธ์ได้สรุปว่า อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเป็นเพียงเรื่องที่เล่าลือต่อๆกันมา หรือเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกกุเรื่องขึ้นโดยนักเล่านิทานคนหนึ่งชื่อชัยฟฺ อิบนฺ อุมัร อัต-ตามิมีย์ (มุรฺตะฎอ อัล-อัสการีย์, อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺ และตำนานอื่นๆ , ภาค 2, หน้า 21, พิมพ์ครั้งที่ 2 โดยกลุ่มพี่น้องมุสลิม, เตหะราน 1981) ทั้งๆ ที่ความจริง ยังมีผู้อื่นที่รายงานเรื่องของอิบนฺ สะบาอฺ แต่อัล-อัสการีย์จงใจที่จะไม่พูดถึง

ในประเทศปากีสถาน มีหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งถูกจัดพิมพ์ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมันซูรฺ ฮุสเซน อัล บุคอรี เป็นหนังสือแปลเป็นภาษาอังกฤษและแจกโดยไม่คิดมูลค่า หนังสือเล่มนี้ยืนยันตามทฤษฎีของมุรฺตะฎอ อัล-อัสการีย์

สำหรับมันซูรฺ ฮุสเซน อัล-บุคอรี ได้ประพันธ์หนังสือเล่มหนึ่งเป็นภาษาเปอร์เซียชื่อ "อับดุลลอฮิ วัฟซานัย เตาะรีกี ดิกเกอร์" เพื่อปฏิเสธเกี่ยวกับความมีอยู่จริงของอิบนฺ สะบาอฺ หนังสือเล่มนี้มีความยาวถึงสามตอนด้วยกัน นับตั้งแต่เริ่มแรกจนกระทั่งถึงตอนจบของหนังสือ ทั้งหมดเป็นไปเพื่อพิสูจน์ว่าบุคคลที่มีนามว่า อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺ เป็นเพียงบุคคลที่ถูกเสกสรรปั้นแต่งขึ้น ไม่มีนักประวัติศาสตร์คนใดเคยกล่าวถึงเขามาก่อนเลย จนกระทั่งอิบนฺ ญะรีรฺ อัต-เฏาะบารีย์ ซึ่งตายในปี ฮ.ศ. 310 ได้นำเอาเรื่องอิบนฺ สะบาอฺมากล่าวไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ของท่าน (เฏาะรีค) หนังสือทั้งหลายก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดถึงบุคคลที่ว่านี้เลย

ดร.ตอฮา ฮุสเซนเป็นอีกคนหนึ่งที่แสดงความสงสัยเกี่ยวกับความมีอยู่จริงของอับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺ ท่านเขียนเอาไว้ว่า "สำหรับข้าพเจ้าแล้วดูเหมือนว่า บุคคลที่พูดถึงเรื่องราวของอิบนฺ สะบาอฺจนเกินความเป็นจริงนั้นกำลังฝ่าฝืนตัวเองและประวัติศาสตร์จนเกิดความเสียหายอย่างหนัก ประการแรก เราขอตั้งข้อสังเกตุว่า เราไม่พบชื่อของอิบนฺ สะบาอฺปรากฏในหนังสือสำคัญต่างๆ ซึ่งรายงานเกี่ยวกับการกบฏต่อท่านอุษมาน อิบนฺ สะอัดไม่ได้เอ่ยถึงเขา ในขณะที่เขารายงานเรื่องการเลือกตั้งท่านอุษมานและการกบฏต่อท่าน ส่วนอัล-บะลาดูรีย์ก็มิได้อ้างถึงอิบนฺ สะบาอฺในหนังสือ "อันซอบ อัล-อัชรอฟ" ของเขาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตามความคิดของข้าพเจ้าเห็นว่า หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสืออ้างอิงที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับเรื่องในทำนองนี้ และยังเป็นหนังสือที่มีรายละเอียดมากด้วย อัต-เฏาะบารีย์กล่าวถึงอิบนฺ สะบาอฺตามรายงานของชัยฟฺ อิบนฺ อุมัร ส่วนนักประวัติศาสตร์ในยุคหลังก็อาศัยอ้างอิงมาจากอัต-ตะบารีย์นั่นเอง" (จากหนังสือการจราจลครั้งสำคัญ โดย ดร.ตอฮา ฮุสเซน, เล่ม , หน้า 132)

ความคิดของดร.ตอฮา ฮุสเซนสอดคล้องกับสิ่งที่ศาสตราจารย์มุรฺตะฎอ อัล-อัสการีย์กล่าวเอาไว้ นั่นก็คือว่า อัต-เฏาะบารีย์เป็นคนแรกที่กล่าวถึงอิบนฺ สะบาอฺ และนักประวัติศาสตร์ในยุคหลังล้วนอาศัยอ้างอิงมาจากเขาทั้งสิ้น

ที่จริงแล้วความจริงมิใช่จะมีแต่อัต-เฏาะบารีย์เท่านั้นที่พูดถึงอิบนฺ สะบาอฺ หากเราศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เราจะพบว่าท่านหะซัน อิบนฺ มุฮัมมัด อิบนฺ หะนะฟีย์ ซึ่งตายในปี ฮ.ศ. 95 ได้กล่าวถึงอิบนฺ สะบาอฺไว้ในหนังสือของท่าน ท่านอิมามอบู หะนีฟะฮฺ ซึ่งตายในปี ฮ.ศ. 150 ได้นำเรื่องนี้มากล่าวไว้ในหนังสือ "อัล-มุสนัด" และท่านสะอัด อิบนฺ อับดุลลอฮฺ ซึ่งตายในปี ฮ.ศ. 301 ยังได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "หนังสือรวมปกิณกะและกลุ่มคณะต่างๆ" นอกจากนี้ อบูมุฮัมมัด อัล-หะซัน อิบนฺ มูซา อัล-เนาบัคตีย์ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของชีอะฮฺในสมัยฮิจเราะฮฺศตวรรษที่สาม ถึงกับลงทุนเขียนเรื่องราวของอับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเสียจนยืดยาวกินเนื้อที่ถึงบทหนึ่งในหนังสือของท่านชื่อ "ฟิรอก อัล-ชีอะฮฺ"

ในหนังสือลิซาน อัล-มีซานของซัยฟิน อิบนฺ ฮาญัรฺ อัล-อัซกอลานีย์ (เล่ม 4, หน้า 22 ฉบับที่พิมพ์โดย ดารฺ อิหฺยา อัต-ตูเราะฮฺ อัล-อะเราะบีย์ ปรับปรุงโดยมุฮัมมัด อับดุรเราะหฺมาน อัล-มัรฺอัชลีย์) ได้พูดถึงอิบนฺ สะบาอฺ โดยอ้างอิงจากหนังสือ เฏาะรีค มะดีนัต ดิมัสกฺ ของอิบนฺ อะซากิรฺ และหนังสือมุสนัด ของอบู ยะอฺลา อัล-เมาวฺซิลีย์ พบว่านอกจากซัยฟฺ อิบนฺ อุมัรแล้ว ยังมีผู้รายงานคนอื่นๆ อีกมาก (กรุณาดู อิบนฺ อะซากิรฺ, เฏาะรีค มะดีนัตดิมัสกฺ, เล่ม 29, หน้า 3-10)

ความจริงอัล-อัสการีย์ได้กล่าวถึงผลงานทางประวัติศาสตร์ของอิบนฺ อะซากิรฺเอาไว้ในหนังสือวิเคราะห์เรื่องอิบนฺ สะบาอฺด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยความกระตือรือร้นที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจ(ผิดๆ)ในจำนวนเรื่องเล่าทั้งหมด 12 เรื่องของอิบนฺ อะซากิรฺ อัล-อัสการีย์หยิบยกเฉพาะเรื่องหนึ่งของซัยฟฺ อิบนฺ อุมัรเท่านั้น โดยทำราวกับว่ารายงานอื่นๆ อีก 11 รายงานไม่มีอยู่ (กรุณาดู อัล-อัสการีย์, อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺและตำนานอื่นๆ, หน้า47) ความจริงใน 11 รายงานที่เหลือมีถึง 10 รายงานที่เล่าโดยคนอื่นๆ นี่คือความจริงที่อัล-อัสการีย์ชอบที่จะละเลยโดยสะดวก

ความจริงการดำรงอยู่จริงของอิบนฺ สะบาอฺนี้ได้รับการพิสูจน์โดยนักปราชญ์ของสายชีอะฮฺ และบรรดาอิมามของพวกเขา ถ้าจะแก้ตัวว่าอัล-อัสการีย์ไม่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของอัล-อะซากิรฺ หรือคนอื่นๆ ก็อาจจะกล้อมแกล้มฟังได้ แต่ถ้าบอกว่าอัล-อัสการีย์ไม่รู้ถึงมรดกของตนเองนั้น ก็เห็นจะต้องยืนยันคำว่า “ชอบที่จะละเลย” ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ผู้ค้นคว้าวิจัยระดับคงแก่เรียนนั้น เมื่อจะเขียนผลการวิจัย เขาย่อมต้องทุ่มเวลาให้กับการค้นคว้าตำรับตำราต่างๆ มากเป็นพิเศษ และตำราที่เขาจะละเลยไม่ได้เลย นั่นก็คือตำราที่เป็นมรดกทางวิชาการของตนเอง

แต่ในบทสำรวจประวัติศาสตร์ของเขา ซึ่งอัล-อัสการีย์อ้างว่ากระทำอย่างละเอียดลออจริงๆ เขากลับไม่พูดถึงตำรับตำราของพวกตนแม้แต่น้อย ข้อเท็จจริงนั้นก็คือ การมีอยู่จริงของอิบนฺ สะบาอฺได้รับการพิสูจน์รับรองโดยหนังสือบันทึกชีวประวัติบุคคลต่างๆ ของชีอะฮฺเกือบทุกเล่ม ดร.สะอฺดีย์ อัล-ฮาชิมีย์ ในหนังสือของเขาชื่อ อิบนฺ สะบาอฺ : หะกีเกาะฮฺ ลา เคาะยาล(หน้า 25-28, มักตะบะฮฺ อัด-ดารฺ, มะดีนะฮฺ ฮ.ศ. 1406) ได้จัดทำบัญชีตำราของชีอะฮฺที่รับรองการมีอยู่จริงของอิบนฺ สะบาอฺได้ถึง 20 รายการด้วยกัน ขอยกตัวอย่างหนึ่งเช่น หนังสืออิคติยารฺ มะอฺริฟัต อัรฺ-ริญาล ซึ่งอบู ญะอฺฟัรฺ อัต-ตูซีย์ได้ปรับปรุงจากผลงานของอบู อัมรฺ อัล-กัชชีย์ ซึ่งเป็นพจนานุกรมประวัติผู้รายงานหะดีษของชีอะฮฺในฮิจเราะฮฺศตวรรษที่ 4

ในหนังสือดังกล่าว หัวข้ออิบนฺ สะบาอฺมีข้อมูลยาว 2 หน้า(323-324) ประกอบไปด้วยรายงานต่างๆ กันถึง 5 รายงาน ตรงกับหมายเลข 170-174 ต่อไปนี้เป็นรายนามของอิมามทั้ง 5 ที่เป็นต้นต่อของรายงานเรื่องนี้ :

     170 : รายงานโดยอิมามมุฮัมมัด อัล-บากิรฺ
     171 : รายงานโดยอิมามญะอฺฟัรฺ อัศ-ศอดิก
     172 : รายงานโดยอิมามญะอฺฟัรฺ อัศ-ศอดิก
     173 : รายงานโดยอิมามซัยนุล อาบิดีน
     174 : รายงานโดยอิมามญะอฺฟัรฺ อัศ-ศอดิก

(กรุณาดู อิคติยารฺ มะอฺริฟัต อัรฺ-ริญาล, หน้า 323-324, อัส-ซัยยิด มะฮฺดี อัร-ริญาลีย์, พิมพ์โดยมุอัซสะสะฮฺ อะหฺลุลบัยตฺ, เมืองกุม, ฮ.ศ. 1404)

ผู้รายงานในหลักฐานข้างต้นทั้งหมดคือชีอะฮฺ เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะนำสมมุติฐานของอัล-อัสการีย์มาใช้กับรายงานต่างๆ ที่อัล-กัชชีย์เป็นผู้บันทึกไว้ เราคงต้องสรุปว่า ซัยฟฺ อิบนฺ อุมัรมีความเก่งกาจสามารถเป็นอย่างยิ่ง จนถึงกับประสบความสำเร็จในการล่อลวงอิมาม(ผู้ที่เชื่อกันว่าดำรงอยู่ในภาวะมะอฺศูม - ไร้บาปไร้มลทิน)ให้หลงเชื่อว่าอับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺนั้นมีตัวมีตนจริงๆ ทั้งที่นายซัยฟฺ อิบนฺ อุมัรกุมันขึ้นมาจากจินตนาการอันบิดเบี้ยวของเขา

แท้ที่จริงแล้ว อิบนฺ สะบาอฺมีบทบาทอันน่าทึ่งอยู่ในประวัติศาสตร์ความแตกแยกของอิสลามเลยทีเดียว เขาเป็นคนแรกที่หว่านเมล็ดพันธ์ของลัทธิแห่งความแปลกแยกนี้ลงในสมัยของท่านอุษมาน รอฎิฯ อับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺเองนั่นแหละที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องนี้ เพราะเหตุนี้ บรรดาหนังสือตำราที่เขียนโดยชาวสุนนีย์ ชาวชีอะฮฺ และแม้กระทั่งบรรดานักบูรพาคดี(Orientalists)ต่างก็มิได้ละเลยบุคคลผู้นี้แม้แต่น้อย ที่จริงบุคคลเหล่านี้ล้วนอุทิศพื้นที่ดีๆ ในหนังสือของพวกเขาให้กับประวัติของผู้มีนามว่าอิบนฺ สะบาอฺ เนื่องจากประวัติตอนนี้มีความสำคัญในประวัติศาสตร์มิใช่น้อยเลย

การปฏิเสธความมีอยู่จริงของตัวอับดุลลอฮฺ อิบนฺ สะบาอฺจึงเป็นพยานหลักฐานส่อให้เห็นถึงความเขลาและการละเลยข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ดังที่มีบันทึกอยู่ในหนังสือที่เชื่อถือได้ทั้งหลาย เพราะฉะนั้น เราควรจะพิจารณาหนังสือต่างๆ ที่เขียนโดยนักปราชญ์สำคัญๆ ของชีอะฮฺ สุนนีย์และนักบูรพาคดีจะเป็นการดีกว่า ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อจะได้ทำให้ความมีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ของอิบนฺ สะบาอฺมีความชัดเจนยิ่งขึ้น และเพื่อที่จะปฏิเสธทัศนะของนักเขียนร่วมสมัยบางคนที่สรุปว่าอิบนฺ สะบาอฺเป็นเพียงผู้มีอยู่ในตำนานเท่านั้น


Source :

1. หนังสือของ Dr.Mohammad Yousof Al-Nagrami, Al Shi'aa on The Scale, translated by Ahmad Ibrahim Al Shareef, 1989, printed by unknown publisher, pp. 48-64

2. เว็บไซต์ www.ansar.org

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา