เมนูของเรา

อะหฺลุลบัยตฺ : หะดีษอะหฺลุลบัยตฺเปรียบประดุจเรือของนบีนู้ฮฺ

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 7/6/2007 14:38:28 (4091 ครั้งที่อ่าน)
อะหฺลุลบัยตฺ

โดย เชค อาลี อีซา

ในหนังสือ “อัลมุรอญิอาต” จัดพิมพ์โดยดาร อะหฺลุลบัยตฺ กรุงเทพฯ เมื่อสิงหาคม 2529 หน้า 39-40 ได้อ้างหลักฐานหะดีษดังต่อไปนี้ : “จงรู้ไว้ด้วยว่า แท้จริงอุปมาแห่งอะหฺลุลบัยตฺของฉันนั้น ในหมู่พวกท่านก็อุปมัยดั่งเรือของนบีนู้ฮฺ ผู้ใดขึ้นขี่มันก็ย่อมปลอดภัย ส่วนผู้ที่ผลักใสมันก็จะล่มจม”


หนังสือดังกล่าวมีหมายเหตุระบุเพิ่มเติมว่า รายงานโดยท่านฮากิมจากสายสืบของอะบีซัรฺ หน้า 151 เล่มที่ 3 หนังสือ “อัลมุสตัดร๊อก”

และมีคำกล่าวของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญและความสันติสุขแด่ท่าน และบรรดาลูกหลานของท่าน)อีกว่า “แท้จริงสำหรับอุปมาของอะหฺลุลบัยตฺแห่งฉันในหมู่พวกท่านนั้น เปรียบได้เหมือนดังเรือของท่านนบีนู้ฮฺ ผู้ใดได้ขี่ก็จะปลอดภัย ผู้ใดผลักใสก็จะจม และสำหรับอุปมาแห่งอะหฺลุลบัยตฺของฉันในหมู่พวกท่านนั้น อุปมัยดังประตูแห่งความเมตตาที่เคยมีสำหรับบนีอิสรออีล ผู้ใดที่ได้เข้าไปก็ย่อมได้รับการอภัย” (รายงานโดยท่านฏ็อบรอนีย์ ในอัล-เอาสัฎ จากริวายะฮฺ อะบีสะอีด เป็นหะดีษที่ 18 ของหะดีษอัรฺบะอีน เป็นหะดีษที่ 25 ของหะดีษอัรฺบะอีน ของนะบะฮานี หน้า 216

คำวิจารณ์

เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักวิชาการหะดีษว่า ความสำคัญของหะดีษนั้นมิใช่อยู่ที่ผู้บันทึกหะดีษเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกี่ยวข้องกับสายสืบผู้รายงานหะดีษและเนื้อหาของหะดีษด้วย

ดังนั้นแม้ว่าท่านฮากิมจะบันทึกหะดีษนี้ไว้ โดยท่านนำมาจากการรายงานของท่านอบีซัรฺก็ตาม เมื่อเราได้ตรวจสอบผู้รายงานหะดีษนี้แล้ว ปรากฏว่ามีข้อบกพร่องดังต่อไปนี้ :

ในสายรายงานหะดีษนี้ มีผู้หนึ่งชื่อ “มุฟัฎฎ๊อล บิน ซอและฮฺ” ซึ่งการเล่าหะดีษของท่านผู้นี้ไม่เป็นที่ยอมรับดังที่ท่านบุคอรีย์และท่านอื่นๆได้ยืนยันไว้

ท่านอัลมะนาวีย์ได้กล่าวถึง “มุฟัฎฎ๊อล” ผู้นี้ไว้ในหนังสือ “ฟัตฮุลกอดีรฺ” ว่า เป็นผู้รายงานหะดีษที่อ่อนหลักฐาน

ท่านอิบนิอะดีย์กล่าวถึงเขาว่า “ที่ฉันเห็นก็คือ เขาได้รายงานหะดีษของอัลหะซัน บิน อะลี ซึ่งหะดีษนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ แต่คิดว่าสำหรับรายงานอื่นๆ นั้นคงจะใช้ได้”

สำหรับท่านซะฮะบีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัล-มีซาน” ว่า “หะดีษเรื่องเรือของนบีนู้ฮฺนั้นไม่เป็นที่ยอมรับ ไม่เป็นที่ยอมรับ”

ดังกล่าวมานี้ เราได้นำเอาคำของนักวิชาการหะดีษอาวุโส ซึ่งท่านเหล่านั้นได้กล่าวชี้แจงสภาพของผู้รายงานหะดีษอย่างกับท่าน “มุฟัฎฎ๊อล” ผู้นี้ให้ทราบว่าเหมาะสมหรือไม่ที่เราจะเชื่อถือหะดีษของเขา ผลก็ปรากฏออกมาแล้วว่า ไม่มีนักวิชาการหะดีษอาวุโสท่านใดยอมรับเลย และจะเห็นได้ว่าทุกคนต่างก็กล่าวในเชิงตำหนิด้วยกันทั้งนั้น เพียงเท่านี้ยังไม่พอ เพราะยังมีอีกคนหนึ่งที่ร่วมอยู่ในสายรายงานหะดีษนี้เหมือนกัน ท่านผู้นั้นก็คือ “ซุวัยดฺ บิน สะอี๊ด” ซึ่งเราจะกล่าวถึงเขาดังความต่อไปนี้

สายรายงานของหะดีษนี้ยังมีอีกท่านหนึ่งชื่อ “ซุวัยดฺ บิน สะอี๊ด” ซึ่งท่านอิมามบุคอรีย์ได้กล่าวถึงเขาไว้ว่า “ซุวัยดฺ บิน สะอี๊ดนั้น รายงานหะดีษของเขาไม่เป็นที่ยอมรับ”

ท่าน “ยะฮฺยา อิบนิ มุอีน” บอกว่า “ซุวัยดฺเป็นคนโกหก และท่านยะฮฺยาเคยตำหนิเขาอย่างรุนแรง”

ท่านอบูดาวู๊ดได้กล่าวถึงซุวัยดฺ บิน สะอี๊ดว่า “ฉันได้ยินท่านยะฮฺยากล่าวถึงเขาว่า เลือดของเขาเป็นที่อนุมัติ”

สำหรับท่านอัลฮากิม หลังจากที่ได้บันทึกหะดีษนี้แล้ว ท่านก็ได้กล่าวชี้แจงสภาพของสายสืบหะดีษด้วย แต่น่าเสียดายที่เจ้าของหนังสือ “อัลมุรอญิอาต” ไม่กล้านำมาเปิดเผย นั่นก็คือข้อความที่ว่า “กล่าวกันว่าท่านยะฮฺยานั้น เมื่อมีคนเล่าหะดีษดังกล่าวนี้ให้ท่านฟัง ท่านถึงกับกล่าวว่า ถ้าฉันมีม้ากับหอก ฉันจะทำสงครามกับซุวัยดฺ”

ในสายรายงานของหะดีษนี้ยังมีอีกท่านหนึ่งชื่อ ฮะนัช และสำหรับท่านฮะนัชผู้นี้ ได้มีนักหะดีษอาวุโสกล่าวถึงเขาไว้ต่างๆ กัน เช่น

ท่านอบูดาวู๊ดกล่าวว่า “เขาเป็นที่เชื่อถือได้”

ท่านอบูฮาติมกล่าวว่า “เขาเป็นคนดี แต่ไม่เห็นมีใครยึดถือหะดีษของเขา”

ท่านนะซาอีย์กล่าวว่า “เขาเป็นนักรายงานที่ไม่แข็งแรง”

ท่านบุคอรีย์กล่าวว่า “หะดีษของเขามีผู้วิจารณ์กันมาก”

ท่านอิบนุฮิบบานกล่าวว่า “หะดีษของเขาเชื่อถือไม่ได้ เขารายงานคนเดียวจากท่านอะลีในหลายเรื่อง แต่ไม่มีนักรายงานหะดีษที่เชื่อถือได้คนใดรายงานหะดีษคล้ายกับหะดีษของเขาเลย”

หะดีษนี้ยังรายงานมาทางสายอื่นอีก แต่ก็มิวายที่ผู้รายงานสองท่านจัดอยู่ในประเภท “ฎออีฟ” คือรายงานหะดีษอ่อนหลักฐาน ทั้งสองท่านนี้ก็คือ “อัลหะซัน บิน อบีญะอฺฟัร อัลญุฟรีย์” กับท่าน “อะลี บิน ซัยดฺ บิน ญุดอาน” ซึ่งเราจะได้นำเอาคำวิจารณ์ของนักวิชาการหะดีษที่กล่าวถึงบุคคลทั้งสองไว้ดังต่อไปนี้

ก. ท่านอัลหะซัน บิน อบีญะอฺฟัร ซึ่งท่านผู้นี้ปรากฏว่าท่านอัลฟัลล๊าสได้กล่าวถึงเขาไว้ว่า “เป็นคนสัจจริง แต่รายงานหะดีษของเขาไม่เป็นที่ยอมรับ”

ท่านอิบนุลมะดีนีย์ก็กล่าวถึงเขาเช่นกันว่า “อ่อนหลักฐาน อ่อนหลักฐาน”

สำหรับท่านอิมามอะหฺมัดกับท่านอันนะซาอีย์ กล่าวถึงเขาว่า “อ่อนหลักฐาน”

ส่วนท่านอิมามอัลบุคอรีย์ กล่าวถึงเขาว่า “รายงานหะดีษไม่เป็นที่ยอมรับ”

และท่านมุสลิม บิน อิบรอฮีม(ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของเขา) ได้กล่าวถึงเขาว่า “ท่านเป็นคนดี ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่านด้วย”

ท่านยะฮฺยา อิบนุมุอีนกล่าวถึงเขาว่า “ไม่เห็นมีอะไร”

แต่ท่านซะฮะบีย์กล่าวว่า “เขารายงานหะดีษที่เป็นมุงกัร(ไม่เป็นที่ยอมรับ)ไว้มากมาย และส่วนหนึ่งก็คือหะดีษนี้ด้วย” แล้วท่านยังได้กล่าวต่อไปว่า ท่านอิบนิอะดีย์กล่าวว่า : สำหรับฉันแล้ว “เขาเป็นคนที่ไม่ได้ตั้งใจโกหก”

ท่านอิบนุฮิบบานได้กล่าวว่า “เขาเป็นคนเคร่งครัดพอจะรับฟังคำพูดได้ แต่เขาลืมไปที่จะละการกุหะดีษขึ้น ดังนั้นหะดีษที่เขารายงานจึงไม่มีใครรับ”

ข. ท่านอะลี อิบนิ ซัยดฺ อิบนิญุดอาน ปรากฏว่าท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวถึงเขาว่า “นักหะดีษยังขัดแย้งกันเกี่ยวกับตัวเขา” และต่อจากนั้นท่านอัซซะฮะบีย์ก็กล่าวถึงผู้ที่บอกว่า เขาเป็นคนที่เชื่อถือได้ หลังจากนั้นท่านก็กล่าวว่า : ท่านซั๊วะอฺบะฮฺกล่าวว่า “อะลี บิน ซัยดฺได้รายงานหะดีษให้พวกเรา แต่เขามักจะผิดพลาดอยู่เสมอโดยอ้างหะดีษ “เมาว์กู๊ฟ” ว่าเป็น “มัรฺฟู๊อ”” ท่านมุรเราะฮฺกล่าวว่า “ท่านอะลีเคยรายงานหะดีษให้พวกเราในช่วงก่อนที่ท่านจะสับสน”

ท่านอิบนุ อุยัยนะฮฺกล่าวว่า “เขาอยู่ในฐานะฎออีฟ (อ่อนหลักฐาน) ”

ท่านฮัมมาด อิบนุ ซัยดฺกล่าวว่า “ท่านอิบนิซัยดฺได้รายงานหะดีษให้เรา แต่เขาเคยสับเปลี่ยนบรรดาหะดีษ”

ท่านอัลฟัลล๊าสกล่าวว่า “ท่านยะฮฺยา อัลก็อฏฏอนนั้นกลัวหะดีษที่รายงานมาจากท่านอะลี บิน ซัยดฺ”

และท่านยะซีด บิน ซุร๊อยอฺได้รายงานไว้โดยกล่าวว่า “อะลี บิน ซัยดฺนั้นเป็นพวกรอฟิเฎาะฮฺ(ชีอะฮฺหัวรุนแรง) ”

ส่วนท่านอะหฺมัด อัลละญะลีย์กล่าวว่า “เขาอยู่ในแนวชีอะฮฺ และการรายงานไม่มีน้ำหนัก”

ท่านอิมามบุคอรีย์และท่านอบูฮาติมกล่าวว่า “รายงานของเขาเชื่อถือไม่ได้”

จากคำวิจารณ์ที่ได้กล่าวมาแล้ว เป็นการชี้ให้เห็นว่า หะดีษนี้ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ คำพูดของเจ้าของหนังสืออัลมุรอญิอาตที่ว่า “หะดีษแสดงถึงการที่ต้องยอมรับโดยสิ้นเชิงต่ออะหฺลุลบัยตฺ”นั้น เป็นคำพูดที่ไร้สาระ และเป็นการชี้ถึงว่าผู้พูดได้พูดเช่นนั้น ทั้งๆ ที่หะดีษนั้นเป็นหะดีษที่อ่อนหลักฐาน ย่อมชี้ให้เห็นว่าผู้นั้นไม่รู้จักความละอาย



Source : บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของวรสาร สายสัมพันธ์ ฉบับ “วิจารณ์หลักฐานที่ปรากฏอยู่ในหนังสืออัลมุรอญิอาต” ตอนที่ 1 โดย เชค อาลี อีซา, หน้า 109-112

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา