เมนูของเรา

อะหฺลุลบัยตฺ : เมื่อนบีไม่ยอมเข้าบ้านฟาฏิมะฮฺ

ส่งมาโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ 7/6/2007 14:36:03 (4129 ครั้งที่อ่าน)
อะหฺลุลบัยตฺ

แปลและเรียบเรียงโดย อับดุลมาลิก สงวนธรรม

คราใดก็ตามที่ท่านนบี ศ็อลฯ เดินทางออกไปนอกเมืองมะดีนะฮฺ เมื่อกลับเข้ามาในเมือง สิ่งแรกที่ท่านทำเป็นประจำก็คือ ท่านจะต้องไปเยี่ยมฟาฏิมะฮฺ บุตรสาวของท่านทุกครั้งไป มีอยู่คราหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลฯ กลับจากสงครามตะบูก ท่านก็ไปเยี่ยมฟาฏิมะฮฺเหมือนที่เคยปฏิบัติทุกครั้ง ก่อนหน้านั้นสักเล็กน้อยฟาฏิมะฮฺได้ซื้อผ้าคลุมผมผืนใหม่มาผืนหนึ่ง เธอนำไปย้อมเป็นสีเหลืองอมส้ม และยังแขวนม่านบนประตู หรือปูฟูกบนพื้น ท่านนบี ศ็อลฯ พบเห็นสิ่งเหล่านี้ ท่านจึงหันหลังกลับเข้ามัสญิด โดยไม่ยอมเหยียบย่างเข้าไปในบ้านของเธอ


ฟาฏิมะฮฺทราบเรื่องนี้ในเวลาต่อมา เธอจึงใช้ให้บิลาลไปสอบถามบิดาของเธอว่า ทำไมท่านจึงไม่ยอมก้าวเข้าประตูบ้านของเธอ บิลาลได้ไปสอบถามสาเหตุจากท่านนบี ศ็อลฯ ซึ่งท่านได้เล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างที่ท่านพบเห็นในบ้านของฟาฏิมะฮฺ

บิลาลได้นำความไปเล่าให้ฟาฏิมะฮฺฟัง เมื่อเข้าใจถึงสาเหตุแล้ว ฟาฏิมะฮฺจึงรีบถอดม่านประตูออกในทันที เธอยังนำเครื่องตกแต่งไปทิ้ง และนำผ้าคลุมผมผืนเก่าที่เธอเคยใส่อยู่เป็นประจำมาสวมใส่ดังเดิม เมื่อท่านนบี ศ็อลฯ ทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจากบิลาล ท่านจึงไปหาฟาฏิมะฮฺ และกล่าวเตือนเธอว่า "ลูกสาว เธอจะต้องมีชีวิตเช่นนี้"(1)

มีอีกหะดีษหนึ่งกล่าวว่า ครั้งหนึ่งฟาฏิมะฮฺให้หะซันและหุเซน(ซึ่งในขณะนั้นยังเล็กอยู่)สวมใส่กำไลข้อมือที่ทำจากเงิน เมื่อท่านนบี ศ็อลฯ เห็น ท่านรู้สึกหงุดหงิดและไม่ยอมเข้าบ้านของฟาฏิมะฮฺ เมื่อรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้บิดาของตนขุ่นเคืองใจ ฟาฏิมะฮฺจึงถอดกำไลออกจากข้อมือของบุตรชายทั้งสอง เป็นผลให้หะซันและหุเซนร้องไห้และวิ่งไปหาท่านนบี ซึ่งท่านรับกำไลข้อมือมา และกล่าวว่า "เษาบาน จงนำสิ่งเหล่านี้ไปให้คน(ยากจน)คนนั้น พวกเขาเป็นอะหฺลุลบัยตฺ(สมาชิกในครัวเรือน)ของฉัน และฉันไม่อยากให้ในชีวิตนี้พวกเขาเสวยสุขกันอย่างนั้น" (2)

สองหะดีษที่นำมาเล่าให้ฟังพูดถึงทัศนะของท่านนบี ศ็อลฯ ที่มีต่อการดำรงชีวิตของท่านและของคนในครอบครัวของท่าน(อะหฺลุลบัยตฺ)ซึ่งจะต้องเป็นไปอย่างสมถะ เรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือยและฟุ้งเฟ้อกับความสุขสบายและความเพริดแพร้วของโลกนี้ มันเป็นกฎระเบียบที่ท่านตราไว้สำหรับทุกคนในครอบครัวของท่าน

ชาวชีอะฮฺเคยวิพากษ์วิจารณ์บรรดาภริยาของท่านนบี ศ็อล ฯ ว่าเป็นคนไม่ดีต่างๆ นานา เพื่อบอกว่าพวกนางไม่ใช่อะหฺลุลบัยตฺ และพวกนางมิใช่ "ผู้ปราศจากบาป" หรือบุคคลที่ถูกปกป้องให้พ้นจากบาป

แต่หะดีษที่กล่าวมาข้างต้นให้รายละเอียดอะไรบ้าง ผู้อ่านไคร่ครวญเอาเองก็แล้วกันนะครับ และขอถามอีกครั้งว่า นอกจากท่านนบี ศ็อลฯ แล้ว คนอื่นๆ ยังจะสามารถเป็นผู้ปราศจากบาปด้วยหรือไม่ ?

เรื่องที่กล่าวมานี้ขัดแย้งกับความเชื่อของชีอะฮฺเกี่ยวกับสถานภาพของบรรดาอิมามของพวกเขา เชค มุฮัมมัด ริฎอ อัล-มุศ็อฟฟัรฺ กล่าวเอาไว้ในหนังสือ อะกออิดุล อิมามียะฮฺ หน้า 95 ว่า "พวกเราเชื่อว่าอิมามก็เหมือนนบี คือพ้นจากความผิดและถูกระวังจากความชั่ว ทั้งที่เปิดเผยและเร้นลับ ตั้งแต่เป็นเด็กจนกระทั่งตาย และถูกระวังรักษาให้พ้นจากความผิดพลาดหลงลืม"(3)



- - - - - - - -
เชิงอรรถ :

1. ฮัมมาด บิน อิสหาก บิน อิสมาอีล( ฮ.ศ. 199-267 ), เฏาะรัคตุมัน นะบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม, มะดีนะฮฺ, 1984; เศาะเฮียะฮฺบุคอรี; สุนัน อบู ดาวูด

2. เล่มเดียวกัน, หน้า 58; อบู ดาวูด; มุสนัด อะหฺมัด

3. นี่แหละชีอะฮฺ, สายสัมพันธ์, 2543, หน้า25



Source : Islam and the Earliest Muslims Two Conflicting Portraits by Abul Hasan Ali Nadwi, Academy of Islamic Research & Publications, Lucknow, 1984, pp. 38-39

หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่าน สร้าง PDF จากบทความ

ค้นหา